ท่านผู้อ่านคงจะสังเกตว่าชื่อของบทความในวันนี้นั้นมีคำสะกดผิคอยู่หนึ่งคำ นั่นก็คือคำว่า “ปาติหาน” โดยถ้าจะเขียนให้ถูกต้องจะต้องเขียนว่า “ปาฏิหาริย์” ซึ่งขณะนี้ถ้ามีท่านผู้อ่านที่เป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาไทยได้อ่านชื่อเรื่องในบทความนี้ ท่านก็อาจจะไม่ยินดีนัก ก่อนอื่น ผมต้องขอออกตัวก่อนครับว่า จริงๆแล้วสาเหตุที่ผมเขียนคำว่า “ปาฏิหาริย์” ผิดนั้นก็เนื่องจากว่า ผมต้องการเลียนแบบโฆษณาชิ้นหนึ่งในโทรทัศน์ ซึ่งเป็นโฆษณาของบริษัทโทรคมนาคมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจที่น่าจะนำมาเขียนสำหรับ “คอลัมน์ทันเศรษฐกิจ”ในวันนี้ (หาดูคลิปโฆษณาดังกล่าวได้จาก http://www.youtube.com/watch?v=PsOaKHFC8Kk)
สาเหตุที่เอาประเด็นของโฆษณาของบริษัทนี้มาพูดในวันนี้นั้นไม่ใช่เพราะจะช่วยบริษัทนี้โฆษณาสินค้าของเขาแต่อย่างใด เพียงแต่เห็นว่า Theme ของโฆษณามีความน่าสนใจที่เราจะมาพูดกัน เนื้อหาของโฆษณาเกี่ยวข้องกับการที่ครอบครัวๆหนึ่งที่มีลูกที่ป่วยนอนอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ทว่า ครอบครัวนั้นไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะรักษาลูกของตนได้ ตัวเอกในเรื่อง นั่นก็คือพี่ชายของน้องสาวที่ป่วยได้ส่งข้อความผ่านทาง Internet โดยเขียนว่า “ใครมีปาติหานบ้าง น้องผมป่วย ...และขอซื้อด้วยเงินจำนวน 80 บาท” ซึ่งในภายหลังมีชายคนหนึ่งไปพบข้อความเข้า และได้ทำหน้าที่เป็นผู้ Forward Mail นั้นไปยัง E-mail ต่างๆ ซึ่งในภายหลัง ด้วยปาฏิหาริย์จากระบบเครือข่าย Internet ก็ทำให้ครอบครัวนั้นได้รับการดูแลรักษา และประสบความสำเร็จจากการผ่าตัดในที่สุด และเรื่องราวก็จบลงอย่าง Happy Ending ด้วยคำลงท้ายของโฆษณาที่ว่า “ยิ่งรวมกัน ชีวิตยิ่งดีขึ้น”
ผมขอชมครีเอทีพของโฆษณาชุดนี้ว่า “แนวคิดของท่านมีความทันสมัยมาก” เหตุผลที่บอกว่าท่านมีความทันสมัยก็คือ เพิ่งไม่นานมานี้ นิตยสารไทมส์ (Times Magazine) ซึ่งเป็นนิตยสารที่มีคนอ่านเป็นจำนวนมากทั่วโลกได้ประกาศยกย่องว่า “บุคคลแห่งปีในปี 2006 ของนิตยสารไทมส์ก็คือ..คุณนั่นเอง” เนื่องจาก “คุณ”เป็นผู้ที่ใช้ Internet ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้เกิดโลกของการแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร อันทำให้โลกใบนี้เจริญและพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว (ข้อความบนหน้าปกก็คือ Time Person of the Year is “You”. Yes, you. You control the Information Age, Welcome to your world) ซึ่งจากความเห็นของไทมส์เห็นว่า บุคคลที่เปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีขึ้นมากที่สุดก็คือ เราๆท่านๆทุกคนที่ใช้เครือข่าย Internet สำหรับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งจดหมายผ่านระบบ E-mail การ Download เพลงจาก Website หรือแม้กระทั่งการสืบค้นข้อมูลต่างๆผ่านระบบ Internet กิจกรรมทั้งหมดนี้ส่งผลทำโลกในยุคดิจิตอลเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จริงๆแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าครีเอทีพของโฆษณาชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนิตยสารไทมส์ฉบับนี้หรือไม่ หรืออาจเป็นแค่เหตุบังเอิญ แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอชมในความทันสมัยไว้ก่อนแล้วกันครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ โฆษณาชุดนี้ตรงตามทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อว่า “ผลกระทบจากเครือข่าย” (Network Externality หรือ Network Effect) ซึ่งเป็นการศึกษาที่อยู่ในสาขาวิชาที่มีชื่อว่า “เศรษฐศาสตร์เครือข่าย” (Network Economics) หรือ “เศรษฐศาสตร์ข้อมูลข่าวสาร (Information Economics) ซึ่งเป็นสาขาใหม่ที่ต่อยอดจากวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาค (Microeconomics) และเป็นศาสตร์ที่กำลังได้รับความสนใจมากในปัจจุบัน
ผลกระทบภายนอกจากเครือข่าย (Network Externality) เป็น“ผลกระทบภายนอกทางบวก” (Positive Externality) ทีเกิดขึ้นเมื่อคนในสังคมนั้นมีการใช้หรือบริโภคสินค้าประเภทเครือข่ายนี้มากขึ้น ตัวอย่างของสินค้ามีลักษณะของผลกระทบจากเครือข่ายนี้เช่น เครื่องรับส่ง Fax, การใช้โทรศัพท์มือถือหรือส่งข้อความผ่านมือถือจำพวก SMS, หรือการส่ง Email เป็นต้น
ดังนั้น “ปาติหาน” (หรือปาฏิหาริย์) ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มาจากปาฏิหาริย์ที่เกิดจากนวัตกรรม (Miracle of Innovation) อย่าง Internet ซึ่งเป็นนวัตกรรมชิ้นสำคัญที่พลิกโลกใบนี้ให้มีความสะดวกสบายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก คงต้องขอขอบคุณผู้ค้นคิดนวัตกรรมอันมหัศจรรย์นี้ที่นำปาฏิหาริย์มาสู่โลกของเรา
