08 กรกฎาคม 2555

ความสุขของ "คนไทย": ผลวิเคราะห์จากแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์




บทความนี้ รศ.ดร.ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ จะมาต่อยอดประเด็นทางด้านความสุข "ที่วัดได้" โดยได้นำข้อมูลการสำรวจของคนไทยมาทำการวิเคราะห์ ผลจะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านกันได้เลยครับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผู้เขียนได้มีโอกาสทำงานวิจัยชิ้นหนึ่งให้กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เรื่องความสุขคนไทย ซึ่งใช้ข้อมูลการวิเคราะห์จากการสำรวจสุขภาพจิตคนไทยของกรมสุขภาพจิต ในปี 2550 โดยศึกษาปัจจัยทางประชากร เศรษฐกิจ และสังคมที่ส่งผลกระทบต่อความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของคนไทยที่วัดจากคะแนนความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของผู้ตอบแบบสอบถามที่อายุ 15-60 ปี โดยใช้วิธีการควบคุมปัจจัยหลายตัวแปรในการหาผลกระทบ ข้อค้นพบจากงานวิจัยชิ้นนี้ น่าสนใจที่เดียวค่ะ

งานวิจัยชิ้นนี้พบว่าคนไทยเรามีความสุขน้อยที่สุดคือในช่วงวัย 31-40 ปี และความพึงพอใจในชีวิตก็ลดลงไปเรื่อยๆ เมื่ออายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากอายุ 15-20 ปี ช่วงวัย 31-40 ปีนี่เป็นช่วงวัยที่กำลังก่อร่างสร้างตัว อาจจะเครียดกับงานและหน้าที่ความรับผิดชอบค่ะ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือความพึงพอใจในชีวิตของคนไทยลดลงไปเรื่อยๆ จนถึงอายุ 60 ปี ท่านผู้อ่านลองช่วยกันคิดนะคะว่าเพราะเหตุใด นอกจากนี้ พบว่าผู้หญิงกับผู้ชายในประเทศเราโดยรวมมีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตไม่ต่างกันค่ะ (โล่งใจ!) ใครที่เคยบ่นว่า เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก หรือ เกิดเป็นชายยิ่งยากกว่าหลายเท่าก็ไม่ต้องเถียงกันแล้วนะคะ เพราะตัวเลขบอกว่าจริงๆ ก็ลำบากหรือยากเท่าๆ กันนั่นแหละ

ที่นี้มาดูคนโสดกับไม่โสดกันบ้างค่ะ การศึกษานี้ให้ผลที่น่าสนใจค่ะ ผลการวิเคราะห์บอกว่าคนโสดกับคนที่แต่งงานแล้วและอยู่ด้วยกันมีความสุขเท่าๆ กันค่ะ (คนโสดหลาย ๆ คนก็เคยบอกผู้เขียนว่าเขาก็มีความสุขดี!) และการเป็นหม้ายหรือหย่าร้างก็ทำให้ความสุขลดลง แต่ที่น่าสนใจคือ ถ้าดูที่ความพึงพอใจในชีวิต คนที่แต่งงานแล้วจะมีความพึงพอใจในชีวิตมากกว่าคนที่เป็นโสดอย่างมีนัยสำคัญที่เดียวค่ะ แต่ต้องแต่งและอยู่ด้วยกันเท่านั้นนะคะ ถ้าแต่งแล้วไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือเลิกรากันหรือกลายเป็นหม้ายความพึงพอใจในชีวิตก็จะลดลงมาเท่าๆ กับคนโสดค่ะ (คนโสดหลายๆ คนนั้น ลองคิดดูใหม่นะคะ) นอกจากนี้ ผู้เขียนยังพบว่า ระดับการศึกษาไม่มีผลต่อความสุข แต่คนที่มีการศึกษาสูงกว่ามีความพึงพอใจในชีวิตมากกว่าคนที่มีการศึกษาน้อยกว่า

หากมาดูกันที่ภาคต่างๆ ก็พบว่าคนกรุงเทพฯกับคนภาคอีสานในบ้านเรามีความสุขน้อยกว่าคนภาคอื่นๆ และคนกรุงเทพฯก็ยังมีความพึงพอใจในชีวิตน้อยกว่าคนในภาคอื่นๆ อีกด้วย เราพบว่าคนในภาคเหนือมีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตมากกว่าภาคอื่นๆ คงต้องไปศึกษากันดูค่ะว่าเพราะอะไร (อาจจะเป็นเพราะไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม หรืออากาศดีๆ ก็ได้นะคะ) ส่วนคนกรุงเทพฯ ก็ต้องคิดหนักแล้วหล่ะคะว่าเพราะอะไร (แล้วทำไมยังอยู่กันและมีคนอยากย้ายเข้ามาอยู่กันจังเลย) ส่วนเรื่องศาสนา เราพบว่า คนไทยเรานับถือศาสนาอะไร  มีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตเท่าๆ กันค่ะ ก็คงไม่ต้องมานั่งถกกันค่ะว่าจะนับถือศาสนาอะไรดี

ทีนี้มาถึงปัจจัยที่ทุกคนสงสัยกันค่ะว่ามีผลอย่างไรต่อความสุขและความพึงพอใจในชีวิต ปัจจัยนี้ก็คือ รายได้เราๆท่านๆ คงเคยได้ยินกันมาว่า งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุขอันนี้ขอตอบว่าสำหรับคนไทยแล้ว จริงค่ะ! ข้อมูลนี้บอกเราว่าคนไทยที่มีรายได้สูงกว่า มีความสุขมากกว่า แต่อย่าเพิ่งดีใจหรือเสียใจไปนะคะ เพราะข้อมูลยังบอกอีกว่าถึงรายได้จะส่งผลบวกต่อความสุข แต่รายได้ไม่มีผลต่อความพึงพอใจในชีวิตค่ะ เพราะฉะนั้น ยากดีมีจนก็พึงพอใจในชีวิตเท่าๆ กันค่ะ  

ผู้เขียนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ยังงงเลยค่ะ เพราะการมีรายได้มากกว่าก็น่าจะทำให้คนเราสามารถที่จะบริโภคหรือเสพสิ่งของที่ต้องการได้มากกว่า แต่เศรษฐศาสตร์อีกนั่นแหละก็บอกว่า สิ่งที่คนเราจะบริโภคหรือเสพนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งของเสมอไป อาจจะเป็นเพื่อนดีๆ ความสัมพันธ์ดีๆ ในครอบครัว หรือการพักผ่อนหย่อนใจ ที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในชีวิตด้วยก็ได้ ซึ่งการมีรายได้มากๆ ก็ไม่ได้หมายถึงจะมีความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้นเพราะเหตุนี้ก็ได้ค่ะ

วันนี้ผู้เขียนเอาเรื่องความสุขที่วัดได้ของคนไทยมาเล่าให้ฟังสนุกๆ ค่ะ ผู้อ่านอ่านแล้วก็ต้องรู้สึกคล้ายๆ กับผู้เขียนว่าความสุขของคนเรากับความพึงพอใจในชีวิตนี้น่าจะมีผลมาจากปัจจัยที่อาจจะต่างกันได้ วันนี้ไม่ขออธิบายความแตกต่างทางทฤษฎีนะคะ แต่ผู้เขียนรู้ว่า ผู้อ่านหลายท่านอ่านผลการวิจัยแล้ว อาจจะไม่เห็นด้วยจากความคิดเห็นหรือประสบการณ์ส่วนตัว ก็คงต้องบอกว่าข้อค้นพบต่างๆ เหล่านี้เป็นภาพรวมโดยเฉลี่ยของคนไทยทั้งประเทศค่ะ ว่าคนไทยโดยเฉลี่ยเป็นอย่างไรในเรื่องความสุขและความพึงพอใจในชีวิต แต่วันนี้ที่เขียนมาเล่าทั้งหมดนี้ก็เพราะผู้เขียนมีการบ้านมาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ ให้ลองนั่งเงียบๆ นึกดูว่าท่านมีความสุขอยู่ที่ระดับไหน (0=ทุกข์ที่สุด ถึง 10= สุขที่สุด) และท่านมีพึงพอใจในชีวิตหรือไม่ (ไม่เลย เล็กน้อย มาก หรือ มากที่สุด) จากนั้นก็ให้นึกดูนะคะว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของท่าน ลองเขียนลงในกระดาษ ทบทวนสถานการณ์ของท่าน แล้วท่านจะได้คำตอบค่ะ ว่าท่านจะทำให้ความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของท่านเพิ่มขึ้นได้อย่างไร……ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ ค่ะ