บทความนี้ รศ.ดร.ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ
จะมาต่อยอดประเด็นทางด้านความสุข "ที่วัดได้"
โดยได้นำข้อมูลการสำรวจของคนไทยมาทำการวิเคราะห์ ผลจะเป็นอย่างไร
ติดตามอ่านกันได้เลยครับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผู้เขียนได้มีโอกาสทำงานวิจัยชิ้นหนึ่งให้กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.) เรื่องความสุขคนไทย ซึ่งใช้ข้อมูลการวิเคราะห์จากการสำรวจสุขภาพจิตคนไทยของกรมสุขภาพจิต
ในปี 2550 โดยศึกษาปัจจัยทางประชากร เศรษฐกิจ และสังคมที่ส่งผลกระทบต่อความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของคนไทยที่วัดจากคะแนนความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของผู้ตอบแบบสอบถามที่อายุ
15-60 ปี โดยใช้วิธีการควบคุมปัจจัยหลายตัวแปรในการหาผลกระทบ ข้อค้นพบจากงานวิจัยชิ้นนี้
น่าสนใจที่เดียวค่ะ
งานวิจัยชิ้นนี้พบว่าคนไทยเรามีความสุขน้อยที่สุดคือในช่วงวัย
31-40 ปี และความพึงพอใจในชีวิตก็ลดลงไปเรื่อยๆ เมื่ออายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากอายุ
15-20 ปี ช่วงวัย 31-40 ปีนี่เป็นช่วงวัยที่กำลังก่อร่างสร้างตัว อาจจะเครียดกับงานและหน้าที่ความรับผิดชอบค่ะ
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือความพึงพอใจในชีวิตของคนไทยลดลงไปเรื่อยๆ จนถึงอายุ 60 ปี
ท่านผู้อ่านลองช่วยกันคิดนะคะว่าเพราะเหตุใด นอกจากนี้
พบว่าผู้หญิงกับผู้ชายในประเทศเราโดยรวมมีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตไม่ต่างกันค่ะ
(โล่งใจ!) ใครที่เคยบ่นว่า “เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก” หรือ “เกิดเป็นชายยิ่งยากกว่าหลายเท่า” ก็ไม่ต้องเถียงกันแล้วนะคะ เพราะตัวเลขบอกว่าจริงๆ ก็ลำบากหรือยากเท่าๆ
กันนั่นแหละ
ที่นี้มาดูคนโสดกับไม่โสดกันบ้างค่ะ
การศึกษานี้ให้ผลที่น่าสนใจค่ะ ผลการวิเคราะห์บอกว่าคนโสดกับคนที่แต่งงานแล้วและอยู่ด้วยกันมีความสุขเท่าๆ
กันค่ะ (คนโสดหลาย ๆ คนก็เคยบอกผู้เขียนว่าเขาก็มีความสุขดี!) และการเป็นหม้ายหรือหย่าร้างก็ทำให้ความสุขลดลง แต่ที่น่าสนใจคือ ถ้าดูที่ความพึงพอใจในชีวิต
คนที่แต่งงานแล้วจะมีความพึงพอใจในชีวิตมากกว่าคนที่เป็นโสดอย่างมีนัยสำคัญที่เดียวค่ะ
แต่ต้องแต่งและอยู่ด้วยกันเท่านั้นนะคะ
ถ้าแต่งแล้วไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือเลิกรากันหรือกลายเป็นหม้ายความพึงพอใจในชีวิตก็จะลดลงมาเท่าๆ
กับคนโสดค่ะ (คนโสดหลายๆ คนนั้น ลองคิดดูใหม่นะคะ) นอกจากนี้ ผู้เขียนยังพบว่า ระดับการศึกษาไม่มีผลต่อความสุข
แต่คนที่มีการศึกษาสูงกว่ามีความพึงพอใจในชีวิตมากกว่าคนที่มีการศึกษาน้อยกว่า
หากมาดูกันที่ภาคต่างๆ
ก็พบว่าคนกรุงเทพฯกับคนภาคอีสานในบ้านเรามีความสุขน้อยกว่าคนภาคอื่นๆ และคนกรุงเทพฯก็ยังมีความพึงพอใจในชีวิตน้อยกว่าคนในภาคอื่นๆ
อีกด้วย เราพบว่าคนในภาคเหนือมีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตมากกว่าภาคอื่นๆ
คงต้องไปศึกษากันดูค่ะว่าเพราะอะไร (อาจจะเป็นเพราะไส้อั่ว
น้ำพริกหนุ่ม หรืออากาศดีๆ ก็ได้นะคะ) ส่วนคนกรุงเทพฯ ก็ต้องคิดหนักแล้วหล่ะคะว่าเพราะอะไร
(แล้วทำไมยังอยู่กันและมีคนอยากย้ายเข้ามาอยู่กันจังเลย) ส่วนเรื่องศาสนา เราพบว่า คนไทยเรานับถือศาสนาอะไร มีความสุขและความพึงพอใจในชีวิตเท่าๆ กันค่ะ
ก็คงไม่ต้องมานั่งถกกันค่ะว่าจะนับถือศาสนาอะไรดี
ทีนี้มาถึงปัจจัยที่ทุกคนสงสัยกันค่ะว่ามีผลอย่างไรต่อความสุขและความพึงพอใจในชีวิต
ปัจจัยนี้ก็คือ “รายได้” เราๆท่านๆ คงเคยได้ยินกันมาว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” อันนี้ขอตอบว่าสำหรับคนไทยแล้ว
จริงค่ะ! ข้อมูลนี้บอกเราว่าคนไทยที่มีรายได้สูงกว่า
มีความสุขมากกว่า แต่อย่าเพิ่งดีใจหรือเสียใจไปนะคะ
เพราะข้อมูลยังบอกอีกว่าถึงรายได้จะส่งผลบวกต่อความสุข แต่รายได้ไม่มีผลต่อความพึงพอใจในชีวิตค่ะ
เพราะฉะนั้น ยากดีมีจนก็พึงพอใจในชีวิตเท่าๆ กันค่ะ
ผู้เขียนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ยังงงเลยค่ะ
เพราะการมีรายได้มากกว่าก็น่าจะทำให้คนเราสามารถที่จะบริโภคหรือเสพสิ่งของที่ต้องการได้มากกว่า
แต่เศรษฐศาสตร์อีกนั่นแหละก็บอกว่า สิ่งที่คนเราจะบริโภคหรือเสพนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งของเสมอไป
อาจจะเป็นเพื่อนดีๆ ความสัมพันธ์ดีๆ ในครอบครัว หรือการพักผ่อนหย่อนใจ
ที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในชีวิตด้วยก็ได้ ซึ่งการมีรายได้มากๆ
ก็ไม่ได้หมายถึงจะมีความพึงพอใจในชีวิตมากขึ้นเพราะเหตุนี้ก็ได้ค่ะ
วันนี้ผู้เขียนเอาเรื่องความสุขที่วัดได้ของคนไทยมาเล่าให้ฟังสนุกๆ
ค่ะ ผู้อ่านอ่านแล้วก็ต้องรู้สึกคล้ายๆ
กับผู้เขียนว่าความสุขของคนเรากับความพึงพอใจในชีวิตนี้น่าจะมีผลมาจากปัจจัยที่อาจจะต่างกันได้
วันนี้ไม่ขออธิบายความแตกต่างทางทฤษฎีนะคะ แต่ผู้เขียนรู้ว่า ผู้อ่านหลายท่านอ่านผลการวิจัยแล้ว
อาจจะไม่เห็นด้วยจากความคิดเห็นหรือประสบการณ์ส่วนตัว ก็คงต้องบอกว่าข้อค้นพบต่างๆ
เหล่านี้เป็นภาพรวมโดยเฉลี่ยของคนไทยทั้งประเทศค่ะ ว่าคนไทยโดยเฉลี่ยเป็นอย่างไรในเรื่องความสุขและความพึงพอใจในชีวิต
แต่วันนี้ที่เขียนมาเล่าทั้งหมดนี้ก็เพราะผู้เขียนมีการบ้านมาฝากท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ
ให้ลองนั่งเงียบๆ นึกดูว่าท่านมีความสุขอยู่ที่ระดับไหน (0=ทุกข์ที่สุด ถึง 10= สุขที่สุด) และท่านมีพึงพอใจในชีวิตหรือไม่ (ไม่เลย เล็กน้อย
มาก หรือ มากที่สุด) จากนั้นก็ให้นึกดูนะคะว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของท่าน
ลองเขียนลงในกระดาษ ทบทวนสถานการณ์ของท่าน แล้วท่านจะได้คำตอบค่ะ
ว่าท่านจะทำให้ความสุขและความพึงพอใจในชีวิตของท่านเพิ่มขึ้นได้อย่างไร……ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ ค่ะ
