25 พฤศจิกายน 2555

จุดประกายผู้ประกอบการไทย




ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการมาเยือนประเทศไทยครั้งแรกของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลจากการสำรวจของโพลล์ต่างๆ ก็เห็นตรงกันว่า คนไทยให้ความตื่นเต้นกับการมาเยือนของประธานาธิบดีสีผิวของสหรัฐในครั้งนี้มาก และหวังว่าการมาเยือนดังกล่าวจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 อย่างไรก็ดี เรื่องที่ผมจะพูดถึงบทความนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมาเยือนของประธานธิบดีบารัค โอบามาแต่อย่างไร แต่อยากจะพูดถึงการประชุมระดับโลกรายการหนึ่งที่ได้จัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน การประชุมนี้มีชื่อว่า “การประชุมสัปดาห์ผู้ประกอบการโลก” หรือ Global Entrepreneur Week (GEW) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา (รายละเอียดดูได้จาก www.gewthailand.com)

การประชุม GEW เป็นนี้เป็นแคมเปญระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดรายการหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการ การสร้างแรงบัลดาลใจ กระตุ้นต่อมความคิด ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการจากประเทศต่างๆ อีก 123 ประเทศทั่วโลก การประชุมดังกล่าวมีการจัดขึ้นครั้งแรก ได้รับการสนับสนุนทั้งจากนายบารัค โอบาม่า และนางฮิลลาลี คลินตัน โดยนายโอบามายังได้ไว้ใน Website ของ GEW ไว้กล่าวว่า “Entrepreneurs are the engine of job creation in America. Many begin with nothing more than a good idea, and translate new products and new services into vibrant business” หรือ “ผู้ประกอบการเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนไปสู่การจ้างงานในอเมริกา หลายคนไม่มีอะไรเลยยกเว้นแต่ไอเดียและความสามารถในการถ่ายทอดไอเดียนั้นไปสู่การผลิตสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจที่หลากหลาย

ในความเชื่อสมัยก่อน ระบบการศึกษาจะเน้นผลิตบุคลากรเพื่อป้อนไปสู่ตลาดแรงงาน พ่อแม่จะนิยมให้ลูกหลานทำงานที่มั่นคง ทำงานรับราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทใหญ่โตที่มั่นคง โดยบุคลากรที่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ต่างก็มุ่งสมัครงานเพื่อไปเป็นลูกจ้างตามบริษัทเอกชนหรือหน่วยงานราชการเหล่านั้น แต่การประชุม GEW นี้พยายามชี้ให้เห็นว่า “การพยายามเป็นผู้ประกอบการ (หรือที่คนไทยเราเรียกกันง่ายๆ ว่าเป็น “เถ้าแก่”) ยังเป็นอีกแนวทางเลือกหนึ่งของคนรุ่นใหม่ โดยคนรุ่นใหม่ที่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเลือกทำงานเป็นลูกจ้างตามบริษัทเสมอไป แต่เขาเหล่านั้นสามารถทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าได้จากการพยายามต่อยอดความฝันโดยการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมาเป็นของตัวเอง

ในความคิดของผม การเลือกสายอาชีพในการเป็นผู้ประกอบการทางธุรกิจน่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในสังคมไทยมากกว่าสังคมตะวันตก โดยสังเกตได้จากผลการสำรวจ Job Seeker Behavior ของบริษัท Adecco (Thailand) ในปี ค.ศ.2009 ที่ระบุไว้ว่า พนักงานบริษัทถึงร้อยละ 83.4 (จาก 465 คน) ฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ในขณะที่เพียงร้อยละ 16.7 เท่านั้นที่บอกว่าอยากเป็นลูกจ้าง ผลการสำรวจนี้แสดงให้เห็นได้ว่า ลูกจ้างบริษัทที่ทำงานกันอยู่นี้ โดยส่วนใหญ่ก็ฝันอยากเป็น “เถ้าแก่” กันทั้งนั้น โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่ธุรกิจใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้สื่อทางอิเล็กโทรนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจผ่าน Website (หรือ Social Media ต่างๆ) ในลักษณะของ E-Commerce หรือการทำธุรกิจบนมือถืออย่าง M-Commerce เป็นต้น

การจะเป็นผู้ประกอบการนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่ให้เรามีไอเดียทางธุรกิจที่แปลกใหม่และกล้าที่จะเสี่ยง เพราะภาครัฐก็พร้อมยินดีให้การสนับสนุนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยากกว่าก็คือ “การเป็นผู้ประกอบการที่สร้างและขยายธุรกิจของตนให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน” ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน นอกจากจะต้องมีความกล้าที่จะเสี่ยงและความมุ่งมั่นแล้ว ผู้ประการเหล่านั้นยังจำเป็นต้อง “มีความรู้ควบคู่ไปกับความคิดสร้างสรรค์ (Wisdom and Creativity)” ไม่ว่าจะเป็นความรู้และความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตสินค้า/บริการที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการในตลาด ความรู้และการสร้างสรรค์กลยุทธ์ทางการตลาดและการบริหารจัดการสมัยใหม่ รวมไปถึงความรู้ที่จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจจากการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ผู้ประกอบการควรรู้ถึงวิธีการสร้างโอกาสทางธุรกิจจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน (AEC) หรือสามารถสร้างโอกาสจากการปรับขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นต้น

ถ้าเรามองว่า มหาวิทยาลัยควรมีหน้าที่ผลิตบุคลากรเพื่อป้อนไปสู่ตลาดแรงงาน แต่ถ้าเราเห็นว่าบุคลากรเหล่านั้นมีความต้องการที่จะเป็นเจ้านายของตัวเอง (มากกว่าที่จะเป็นลูกจ้าง) แล้ว ความท้าทายจึงตกกลับมาสู่มหาวิทยาลัยที่ต้องกลับมาคิดว่าควรจะพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างไรที่จะสร้างบุคลากรให้พร้อมที่จะเป็น “เถ้าแก่” ที่ประสบความสำเร็จในอนาคต
ทั้งนี้ ในอีกบทบาทหนึ่งที่ผมเป็นรองคณบดีของวิทยาลัยนานาชาติ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (International College of NIDA) ผมจึงอยากขอแนะนำหลักสูตรสำหรับทุกท่านที่ฝันอยากเป็นเถ้าแก่ ได้แก่หลักสูตร Master of Management in Entrepreneurship Management ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ ico.nida.ac.th หรือโทร 02-727-3003 ครับ

อ้างอิง: Adecco-Thailand (2010) Job Seeker Behavior in Thailand - A 2009 Retrospective, Bangkok: Adecco-Thailand