-------------------------------------------------------------------------------------------
จากข้อมูลการสำรวจข้อมูลพฤติกรรมการสูบบุหรี่
และการดื่มสุราของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.
2549-2554 พบว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนวัย 15-24 ปี
มีอัตราการดื่มสุราที่สูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น โดยมีสัดส่วนร้อยละ 23.7 ในปี
2554 สาเหตุเนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ล่อแหลม
ไม่ว่าจะเป็นการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่รอบสถานศึกษา
การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงการหาซื้อได้ง่ายและสะดวก อย่างไรก็ตาม
ข้อมูลองค์การอนามัยโลก พบว่า คนไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงเป็นอันดับที่ 40 ของโลก และอันดับที่ 3 ของเอเชีย ซึ่งแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรถึงร้อยละ
90 โดยมีผู้เสียชีวิต 26,000 คนต่อปี
ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจปีละไม่ต่ำกว่า 150,000
ล้านบาท (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2554)
สาเหตุที่ทำให้เยาวชนบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเกิดจากตัวเยาวชนเอง
การชักชวนจากเพื่อน เพื่อความสนุกคลายเครียด การเข้าสังคมตามเพื่อนหรือเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน
การทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน ความอยากลอง ค่านิยม ความรู้สึกทันสมัย การเลียนแบบบุคคลในครอบครัว
ทำให้เกิดปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ตามมา ได้แก่ ปัญหาครอบครัวทำให้นักศึกษาอาจมีปัญหากับผู้ปกครอง ผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ร่างกายจะได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ
อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และสูญเสียกำลังแรงงานที่สำคัญของประเทศ
นอกจากนี้ ยังเป็นสาเหตุของการนำไปสู่การติดสารเสพติดอันตรายประเภทอื่นได้ ส่วนผลกระทบทางด้านการเงิน
นักศึกษาอาจมีพฤติกรรมการใช้เงินไปในทางที่ไม่เหมาะสม เกิดการใช้จ่ายในการบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไปจนเกินความจำเป็น
ส่วนผลกระทบทางพฤติกรรมคาดว่าจะนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
และที่สำคัญ คือ ปัญหาด้านการเรียน หากดื่มแอลกอฮอล์จนระดับความมึนเมาสูงทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจนไม่เข้าชั้นเรียน
ผลการเรียนตกต่ำลง เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่เมื่อได้เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา
บางคนอาจไม่ได้อาศัยอยู่กับบิดามารดา
แต่อาศัยอยู่ตามหอพักเนื่องด้วยใกล้สถานที่เรียนหรือภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด ดังนั้น
การใช้ชีวิตในช่วงดังกล่าวจึงค่อนข้างมีความเป็นอิสระสูง ใกล้ชิดกับกลุ่มเพื่อน
มีการร่วมกิจกรรม การเข้าสังคมตามรูปแบบของการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หากมีการสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนฝูงบ้าง
ถ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมก็ไม่น่าจะมีปัญหากับการเรียนแต่อย่างใด แต่หากเกินระดับที่เหมาะสม
จนนักศึกษาแบ่งเวลาไม่ถูกย่อมมีผลกระทบกับการเรียน ถ้าเกิดการดื่มต่อเนื่องจนติดเป็นนิสัยแล้ว
อาจส่งผลกระทบต่อปัญหาการทะเลาะวิวาท ขาดสติ ยั้งคิด
อาจมีโทษให้ถึงกับออกจากสถาบันการศึกษา หรือส่งผลต่อปัญหาการเรียน
จนอาจทำให้เรียนหนังสือไม่จบ
ต้องถูกให้ออกจากการเรียนอันเนื่องมาจากผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ส่งผลกระทบต่อปัญหาสังคมในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพของผู้ดื่มเอง
ปัญหาการว่างงาน อาชญากรรม ยาเสพติด
เป็นภาระของภาครัฐที่จะต้องมาดูแลและสูญเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการเรื่องดังกล่าว
ในเบื้องต้นผู้วิจัยต้องการศึกษาว่า
หากเยาวชนของไทยมีพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ในช่วงวัยเรียนนั้น ซึ่งนับว่าเป็นการลดขีดความสามารถทางด้านวิชาการและเป็นลดการสะสมทุนมนุษย์อย่างหนึ่ง
จะส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ของนักศึกษาหรือไม่ โดยใช้ตัวชี้วัดจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา (GPA) ถึงแม้ว่าคนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้นั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่เรียนจบมาด้วยเกรดเฉลี่ยสูงๆ
แล้วจะเป็นการรับประกันว่าคนๆ นั้นจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานเสมอไป แต่ GPA
สามารถเป็นตัววัดผลสัมฤทธิ์การศึกษาในเบื้องต้น และอาจเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจคัดเลือกคนเข้าทำงาน
เพราะอย่างน้อยการเรียนจบมาด้วยเกรดเฉลี่ยที่ดีในระดับหนึ่ง ก็เป็นการส่งสัญญาณให้ทราบว่าเป็นผู้ที่มีความตั้งใจ
ขยัน อดทนและมานะพยายาม ดังนั้น จึงใช้เป็นใบเบิกทางสำหรับการประกอบอาชีพการทำงานในอนาคต
มีโอกาสในการเลือกงานทำที่ดีกว่า จนถึงโอกาสในการรับตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีและรับรายได้ที่สูงกว่า
หรืออาจได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้ศึกษาต่อเพื่อเพิ่มความมั่นคงก้าวหน้าในอาชีพการงานที่สูงขึ้นต่อไปได้
ดังนั้น การศึกษาจึงมีความสำคัญ เพราะการศึกษาเป็นการเพิ่มคุณค่าทุนมนุษย์
ต่อให้คนๆ นั้นจะพรั่งพร้อมด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดขนาดไหน
แต่หากไม่ได้รับการศึกษาหรือมีปัจจัยต่างๆ มากระทบเป็นอุปสรรคกับการเรียนรู้ ย่อมส่งผลต่ออนาคตทางการศึกษาและการทำงานอย่างแน่นอน
ดังนั้น ปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยเรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่น่าจะมีผลกระทบกับเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่
หากมีพฤติกรรมการดื่มที่เกิดความเคยชินจนเป็นนิสัย จะส่งผลกระทบต่อไปในตลาดแรงงาน
เพราะแรงงานเป็นทุนมนุษย์และเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
งานศึกษาของคุณอุบลรัตน์
นาคพันธ์เรื่อง การดื่มแอลกอฮอล์ กับ ผลการเรียนของนักศึกษา: การประเมินทางเศรษฐมิติ
ที่ได้ตีพิมพ์ในวารสาร NIDA Economic Review ในฉบับที่ 1 (มกราคม 2557) ปีที่ 8 ได้ทำการ ศึกษาถึงอิทธิพลของการดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลต่อผลการเรียนของนักศึกษา
จากการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจากนักศึกษาระดับปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
จำนวน 608 คน โดยศึกษาถึงผลกระทบของปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อผลการเรียนของนักศึกษา
ได้แก่ ปัจจัยทางด้านลักษณะส่วนตัวและครอบครัว พฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา และพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษา
ผลจากการประมาณการพบว่า
พบว่าลักษณะส่วนตัวและครอบครัวของนักศึกษา ได้แก่ เพศ, ชั้นปี, การนับถือศาสนา, สาขาวิชาที่เรียน,
การเสียชีวิตของมารดา, การประกอบอาชีพของมารดา และระดับการศึกษาของบิดา ล้วนมีผลกระทบต่อผลการเรียนของนักศึกษาอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ
ส่วนปัจจัยทางด้านพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษา ได้แก่ จำนวนครั้ง/ชั่วโมงที่เข้าชั้นเรียน,
จำนวนชั่วโมงที่อ่านหนังสือ/ทบทวนตำราในระหว่างช่วงเวลาปกติ, จำนวนชั่วโมงที่อ่านหนังสือ/ทบทวนตำราในระหว่างช่วงสัปดาห์สอบ
พบว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อผลการเรียนของนักศึกษาอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ
ส่วนปัจจัยทางด้านพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษา ได้แก่ จำนวนครั้ง/ความถี่ในการดื่มแอลกอฮอล์
มีผลกระทบโดยตรงต่อผลการเรียนของนักศึกษา เนื่องจากเมื่อความถี่ในการดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษาเพิ่มขึ้น
เช่น ดื่ม 1–2 ครั้งต่อเดือน หรือ ดื่ม 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้ผลการเรียนของนักศึกษาลดลงมากกว่านักศึกษาที่ดื่มภาคการศึกษาละ
1 ครั้งอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ รวมทั้ง ปัจจัยทางด้านการสูบบุหรี่พบว่านักศึกษาที่สูบบุหรี่จะทำให้มีผลการเรียนที่น้อยกว่านักศึกษาที่ไม่ได้สูบบุหรี่อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ
จากการศึกษาถึงอิทธิพลของการดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลต่อผลการเรียนของนักศึกษาที่พบว่าการดื่มแอลกอฮอล์มีผลกระทบโดยตรงต่อผลการเรียนของนักศึกษา
ถึงแม้นักศึกษาจะมีพฤติกรรมที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ แต่หากมีการแบ่งเวลาให้เหมาะสม มีการเข้าชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอ
มีการอ่านหนังสือ/ทบทวนตำราอย่างเป็นประจำทั้งในช่วงเวลาปกติและช่วงเวลาสอบนั้น
ก็จะไม่ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อผลการเรียน แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการสนับสนุนให้นักศึกษาหรือเยาวชนไทยมีพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น
แต่หากมีปัญหาหรือเกิดความเครียดจากการเรียน ควรหากิจกรรมอื่นทำ เช่น
การออกกำลังกาย การเข้าร่วมกิจกรรมของวิทยาลัย
เพื่อช่วยให้ผ่อนคลายและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการดื่มแอลกอฮอล์
เนื่องจากหากมีพฤติกรรมที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์จนติดเป็นนิสัยแล้วอาจจะติดต่อเนื่องจนไปถึงวัยทำงาน
ลดการสะสมทุนมนุษย์ เป็นผลเสียต่อสภาพร่างกายและจิตใจ
หรือหากรุนแรงจนถึงขั้นเกิดอุบัติเหตุ
ย่อมทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ส่วนข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้กับองค์กรภาครัฐ
ในด้านการรณรงค์เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น เช่น การขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การเพิ่มราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การกำหนดอายุขั้นต่ำที่สูงขึ้นในการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หรือแม้แต่การกำหนดพื้นที่ห้ามขายแอลกอฮอล์บริเวณสถานศึกษา
ซึ่งก็ยังพบว่าไม่ได้เข้มงวดเท่าที่ควร
