สืบเนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาในด้านอุตสาหกรรม
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา
เป็นการพัฒนาที่ก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อทรัพยากรโลกเป็นอย่างมาก
ดังนั้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน
ประเทศต่างๆทั่วโลกรวม 189 ประเทศจึงรวมตัวกันในการประชุมองค์การสหประชาชาติที่มหานครนิวยอร์ก
สหรัฐอเมริกา
และเห็นพ้องต้องกันในการตั้งเป้าหมายการพัฒนาทั้งในระดับชาติและระดับสากลที่ทุกประเทศจะดำเนินการร่วมกันให้ได้ภายในปี
2558
หรือที่เรียกว่า เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ หรือ Millennium
Development Goals (MDGs) อันประกอบด้วย 8 เป้าหมายหลัก
อย่างไรก็ดี หลังจากที่เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium
Development Goals – MDGs) จำนวน 8 เป้าหมายได้สิ้นสุดแล้วในปี พ.ศ.
2558 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly) จึงได้จัดการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable
Development Summit) เมื่อวันที่ 25 กันยายนพ.ศ.
2558 โดยเป็นการประชุมเต็มคณะของ United Nations
Summit for the Adoption of the Post-2015 Development
Agenda เพื่อวางกรอบวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกในช่วง 15
ปีข้างหน้า โดยผู้นำของประเทศสมาชิกได้รับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี ค.ศ. 2030
(2030 Agenda for Sustainable Development) วาระดังกล่าวได้มีการกำหนด
“เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable
Development Goals: SDGs) โดยมีการตั้งเป้าหมายทั้งสิ้น 17 เป้าหมาย
(Goals) 169 เป้าประสงค์ (Targets)
เพื่อใช้เป็นแผนที่นำทางสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนในอีก 15 ปีข้างหน้า
โดยภายใต้กรอบเป้าหมายนี้ ในที่ประชุมสหประชาชาติล้วนมีความเห็นตรงกันว่า
การจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้นั้น จำเป็นจะต้อง
"สร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นทั้ง มิติเศรษฐกิจ Economic Dimension), มิติทางสังคม(Social Dimension) และ มิติด้านสิ่งแวดล้อม
(Environmental Dimension) ดังนี้
เป้าหมายที่ 1 ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกที่
เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย
บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 3 สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย
เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เป้าหมายที่ 5 บรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศและให้อำนาจของผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน
เป้าหมายที่ 6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคน
และมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 7 สร้างหลักประกันว่าทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซื้อหาได้
เชื่อถือได้ และยั่งยืน
เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง
ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ
และการมีงานที่สมควรสำหรับทุกคน
เป้าหมายที่ 9 สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทีความทนทาน
ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม
เป้าหมายที่ 10 ลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ
เป้าหมายที่ 11
ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทาน
และยั่งยืน
เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น
เป้าหมายที่ 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร
ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง
ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน
ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่
และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
เป้าหมายที่ 16 ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม และสร้างสถาบัน ที่มีประสิทธิผล รับผิดรับชอบ
และครอบคลุม ในทุกระดับ
เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริงเป้าหมายทั้ง 17
เป้าหมายนี้ได้รับการจัดหมวดหมู่ในการส่งเสริมให้เกิดผลได้ของการพัฒนาปัจจัยที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน
โดยสามารถเรียกปัจจัยที่ที่เชื่อมโยงนี้ว่า “5P’s”
(อันประกอบด้วย
- People - ด้วยการเติมเต็มศักยภาพของคนให้มีความเท่าเทียมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย เป้าหมายที่ 1, 2, 3, 4, 5, และ 11
- Planet - ด้วยการปกป้องโลกจากการเสื่อมสลาย ซึ่งประกอบไปด้วยเป้าหมายที่ 6, 12, 13, 14, และ 15
- Prosperity - ด้วยการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยประกอบไปด้วยเป้าหมายที่ 7, 8, 9, 10 และ 11
- Peace - ด้วยการส่งเสริมให้เกิดสันติภาพที่ปราศจากความกลัวและความรุนแรง และ โดยประกอบไปด้วยเป้าหมายที่ 16 และ
- Partnership - ด้วยการสร้างความเป็นหุ้นส่วนแห่งการพัฒนาให้เข้มแข็งและเป็นปึกแผ่น โดยการส่งเสริมให้ทุกประเทศและประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนา
จะเห็นได้ว่า ในปัจจัย 5P’s ก็ยังคงแนวคิดเดิมอยู่
คือ People สะท้อนมิติของสังคม Planet สะท้อนมิติของสิ่งแวดล้อม และ Prosperity สะท้อนมิติของเศรษฐกิจทั้งนี้
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด (United Nations Conference on Trade and Development: UNCTAD) มองว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ Partnership นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ซึ่งสหประชาชาติกำหนดเป็นเป้าหมายที่ 17 (partnerships
for the goals)
เพื่อเป็นเป้าหมายในการเสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและการฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน
และเชื่อว่าการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศจะเป็นแนวทางหนึ่งในเพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้ได้
ประเทศไทยเองเป็นหนึ่งประเทศที่ยังมีความท้าทายในการบรรลุกรอบเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว
ทั้งนี้ ในการที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาตินี้
นอกจากจะขึ้นอยู่กับการกำหนดนโยบายของประเทศแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน (South-South
Corporation) โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสมาชิกอนุลุ่มน้ำโขง ซึ่งจะเป็นกรอบความร่วมมือการพัฒนาในหลายๆ
ด้านรวมถึงยังให้ความสำคัญแก่การช่วยเหลือซึ่งกันและกันอันนำมาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ในการก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 การสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างเดียวจึงอาจจะไม่ได้คำนึงถึงมิติทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
และอาจทำให้ประเทศไทยไม่ได้บรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
