ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังคลาสสิกอย่างเรื่อง
Terminator
1 หรือ "คนเหล็ก 2029 ที่นำกลับมาฉายใหม่ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ที่บ้านอีกครั้ง
เรื่องนี้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ในอนาคตที่หุ่นยนต์ได้เกิดการปฏิวัติทำล้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์
จนฝั่งหุ่นยนต์ได้ส่งหุ่นยนต์สังหารรุ่น T-800 (นำแสดงโดยอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์) เพื่อกลับมาฆ่าซาร่าห์ คอนเนอร์ผู้เป็นแม่ของจอห์น
คอนเนอร์บุคคลสำคัญที่เป็นผู้นำในการกอบกู้โลกในอนาคต
ถ้าเป็นแต่ก่อน ตอนที่หนังออกฉายใหม่ๆ ตั้งแต่ปี 1984 เราคงจะไม่เชื่อว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้จริงเพราะการพัฒนาของคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้นก็ยังก็ยังเป็นเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลตั้งโต๊ะธรรมดา
แต่ถ้าดูในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า
เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ทำให้เราตั้งคำถามว่า "หุ่นยนต์จะมาคุกคามมนุษย์หรือไม่
โดยเฉพาะด้านการทำงาน และมนุษย์อย่างเรา ควรจะเตรียมความพร้อมอย่างไร"
โดยส่วนตัวผมมองว่า
ไม่ว่าจะแข่งในเรื่องของความขยัน จะแข่งในเรื่องของความจำ
จะแข่งในเรื่องของความฉลาด หรือจะแข่งในเรื่องของการคิดวิเคราะห์
"มนุษย์เราแทบไม่มีอะไรที่จะสู้กับหุ่นยนต์ได้เลย"
หุ่นยนต์ที่ประสิทธิภาพที่จะทำงานได้ตลอดเวลาไม่มีหยุด
มีความสามารถที่จะจดจำข้อมูลต่างๆ ได้มหาศาล มีความสามารถที่จะคิดวิเคราะห์ออกมาได้อย่างถูกต้องรวดเร็วและแม่นยำ ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่
Alpha Go ชนะ Lee Sedol แชมป์โกะโลกลงได้
ดังนั้นถ้ามองในมิติของการจ้างงาน จึงมีแนวโน้มมากที่หุ่นยนต์จะเข้ามาทดแทนงานบางประเภทที่มนุษย์เคยทำ
โดยเฉพาะงานที่ทำซ้ำๆ ยังใช้ทักษะต่ำ
และไม่จำเป็นต้องมีการคิดวิเคราะห์และใช้ความคิดสร้างสรรค์มากนัก
และถ้าเป็นเช่นนั้นมนุษย์อย่างเราจะมีความสามารถอะไรที่จะไปทำงานแข่งขันกับหุ่นยนต์ได้
สิ่งเดียวที่มนุษย์ยังมีอยู่เหนือกว่าหุ่นยนต์ก็คือ
"ความรู้สึกนึกคิดของการเป็นมนุษย์"
- ถึงแม้ว่าหุ่นยนต์จะสามารถทำงานตามที่คาดหวังได้ แต่มนุษย์ที่มีความ "ทุ่มเท มุ่งมั่น และไม่ยอมแพ้" อาจสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คาดหวัง (Robots live up to expectations, but only human can surpass expectations)
- ถึงแม้ว่าหุ่นยนต์จะสามารถระบุไปสู่ข้อมูลส่วนบุคคลได้ แต่มนุษย์ที่มี "ความสามารถในสื่อสาร มีความสามารถในการทำงานร่วมกัน มีความเห็นอกเห็นใจกัน มีความรัก และมีครอบครัว" สามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์ส่วนบุคคลได้ (Robots can personalize, but only human can make it personal)
- ถึงแม้หุ่นยนต์จะเป็นเลิศในการทำงานประจำซ้ำๆ ก็ตาม แต่มนุษย์ที่มีความสามารถในการคิดนอกกรอบ คิดสร้างสรรค์ และต่อยอดความคิดอย่างมนุษย์เท่านั้นถึงจะเป็นผู้สร้างนวัตกรรมได้ (Robots are good at routine things, but cannot innovate like human can)
- ถึงแม้หุ่นยนต์จะสามารถทำการ "คาดการณ์" เหตุการณ์ที่จะเกิดเป็นกรณีต่างๆ ได้ก็ตาม แต่ มนุษย์ที่มีความรู้สึกรัก ชอบ โกรธ หลง เท่านั้นที่จะเป็นผู้สร้างความประหลาดใจได้อยู่เสมอ (Robots can predict, but only people can surprise)
- ถึงแม้หุ่นยนต์จะสามารถรับทราบถึงระดับความพึงพอใจของคนที่รับบริการได้ก็ตาม แต่มนุษย์จะสามารถสัมผัสได้ถึง "รอยยิ้ม" ของการบริการ (Robots confirm, but human smile)
ดังนั้น
ในการที่มนุษย์คนนั้นๆ จะสามารถทำงานได้ร่วมกับหุ่นยนต์ได้จึงต้องเป็นมนุษย์ที่มีความผัน
มีความมุ่งมั่น มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการทำงานร่วมกับคนอื่น
และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน
ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของการที่จะต้องมี "ทักษะชีวิต"
ที่ดี
แต่ทว่าเมื่อมองไปที่ระบบการเรียนการสอนและกระบวนการในการพัฒนาทักษะมนุษย์ในปัจจุบัน
ระบบการศึกษาของประเทศไทยเรายังล้าหลัง เรากลับไปเน้นที่การสอนแบบในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
โดยสอนเพียงให้เด็ก "รู้" ในสิ่งทีครูเองก็รู้ (ถึงแม้ว่าเรามีข้อมูลความรู้เหล่านั้นอยู่แล้วในโลกของอินเตอร์เน็ต)
และประเมินผลการศึกษาจากการที่เด็กรู้หรือไม่รู้จากการมีคำตอบที่ตายตัว) ในขณะที่ระบบการศึกษาเรากลับละเลย
"วิธีการได้มีซึ่งความรู้" และ "การคิดต่อยอด" ในความรู้นั้น
ระบบการศึกษาเราผลิตคนให้ออกมาเป็นหุ่นยนต์เพื่อที่จะออกไปทำงานเป็น
"ลูกน้อง" ของหุ่นยนต์อีกที แต่เรากลับยังไม่สามารถผลิต
"มนุษย์ที่มีความพร้อมเพียงพอที่จะไปทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ เข้าใจหุ่นยนต์ ควบคุมหุ่นยนต์
และเป็นเจ้านายของหุ่นยนต์ได้"
ซึ่งระบบการศึกษาของประเทศเราถ้าเรายังคงไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร
เหตุการณ์อย่างหนังคลาสสิกเรื่อง Terminator หรือ
"คนเหล็ก 2029 อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ ใครจะไปทราบ

