บทความนี้ได้รับเกียรติ์จากศาสตราจารย์ ดร.ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาถ่ายทอดมุมมองของกรณีศึกษาของเด็กและโค้ช 13 ชีวิตของทีมหมูป่าอเคเดมี มีพลัดหลงเข้าไปติดที่ถ้ำนางนอน จังหวัดเชียงรายครับ
----------------------------------------------------------------
ข่าวหมูป่าอเคเดมีรอดชีวิตทำให้ทุกคนดีใจไม่เว้นแต่เด็กๆที่รอคอยข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อ ที่บ้านเรามีเด็ก 2 คนที่มีจินตนาการและคิดหาวิธีช่วยกันตั้งแต่วันแรกๆ วันนี้ได้รับข่าวดี เลยคิดว่าอยากจะเขียนอะไรให้เด็กๆและผู้ปกครองเผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง
ข่าวหมูป่าอเคเดมีรอดชีวิตทำให้ทุกคนดีใจไม่เว้นแต่เด็กๆที่รอคอยข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อ ที่บ้านเรามีเด็ก 2 คนที่มีจินตนาการและคิดหาวิธีช่วยกันตั้งแต่วันแรกๆ วันนี้ได้รับข่าวดี เลยคิดว่าอยากจะเขียนอะไรให้เด็กๆและผู้ปกครองเผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง
1.พ่อแม่ผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กฟังถึงเหตุและผลในการติดถ้ำด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ อะไรที่เด็กวัยไหนควรทำ อะไรไม่ควรทำ พี่ๆกลุ่มนี้โตแล้ว มีการบอกกล่าวผู้ปกครองตามสมควร แต่สิ่งที่สำคัญมากคือ ควรมีการตกลงกับลูกหลานถึงการสื่อสารแนวทาง และข้อจำกัดของการติดต่อกัน เช่น หากเกินเวลานัดกี่ชั่วโมงให้ติดต่อกลับหรือเริ่มค้นหา หากมีปัญหาการสื่อสาร ให้ปิดโทรศัพท์และแบ่งใช้งานเพื่อการใช้งานในอนาคต เป็นต้น
2. ในยามคับขันวิชาที่จะเอามาใช้มากที่สุดกลับเป็น วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา พละศึกษา และลูกเสือ ต้องตั้งใจเรียนและวิเคราะห์พลิกแพลงให้ได้ อย่าห่วงแต่คะแนน ครูก็ควรเน้นปฏิบัติไม่เน้นทฤษฎี ให้เรียนอย่างเข้าใจว่าพลังงานมาจากไหน น้ำ อาหาร ต้องการเท่าไหร่ อย่างไร จึงจะปลอดภัย ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งต่างๆอย่างไร มีการวางแผนระยะสั้น ระยะยาวเพื่อเอาตัวรอด ต่อไปนี้ควรซักถามครูให้กระจ่างไม่ใช่เรียนเพื่อสอบเอาคะแนน
3. สอนให้เด็กเข้าใจและมีข้อตกลงร่วมกันว่ายามคับขัน ให้พยายามเอาตัวเองให้รอด อยู่ที่เดิมจากจุดที่ควรจะอยู่ หรือจัดการให้ตัวเองอยู่ในที่ปลอดภัยที่ใกล้ที่สุด และเชื่อมั่นเสมอว่าจะมีผู้ใหญ่มาช่วย อย่าท้อแท้ และมีสติเสมอ เรื่องนี้ควรสอนตั้งแต่เด็กเล็ก เช่น หากพลัดหลงในลิฟท์ บอกเด็กให้กลับไปเจอกันที่ชั้น 1 หรือชั้น G เสมอ อย่ามัวแต่ร้องไห้วิ่งหนีไม่มีสติ ห้ามท้อแท้หมดหวังหรือโทษนั่นโทษนี่เพราะจะทำให้เราเสียพลังงานไปกับเรื่องไม่มีประโยชน์
4. พลังใจสำคัญที่สุด น้องๆหมูป่าฯ เป็นนักกีฬา และที่โชคดีคือเป็นกีฬาที่เล่นแบบกลุ่ม นักกีฬาจะมี non-cognitive skills (ทักษะทางอารมณ์และสังคม) ดีมากเพราะผ่านการฝึกฝน ผ่านความพ่ายแพ้ ผ่านความคาดหวังและผิดหวังมามากมาย มีความเห็นอกเห็นใจกัน และมีการช่วยเหลือกัน ทำให้รอดมาได้ทั้ง 13 คน ที่น่ารักมากๆคือน้องบอกฝรั่งว่า we are hungry ตอนที่ท้องหิวที่สุด ไม่ใช่ I am hungry (คุณหมอของลูกตั้งข้อสังเกตุมา) เขาคิดถึงคนอื่นด้วยเสมอ
การแข่งกันเป็นที่ 1 ในสังคมเมืองในทุกวันนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลยและอาจจะทำให้เอาชีวิตไม่รอดหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ อยากให้พ่อแม่เอาเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ปรับวิธีคิดกันใหม่ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ก็บอกไว้ชัดว่าจะต้องมี “ความร่วมมือที่ดี” (collaboration) เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่านักวิชาการเขาไม่ได้พูดกันเล่นๆหรือเพ้อเจ้อ พิสูจน์กันแล้วว่าทักษะนี้จะทำให้เรารอด กลุ่มรอด บริษัทรอด และประเทศชาติรอดได้
5. เป็นโอกาสที่สอนลูกหลานของท่านว่าความรักของพ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด คุณพ่อท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า นอนวันละ 10-20 นาที และรอลูกอยู่หน้าถ้ำ เด็กๆทุกคนควรรับรู้ความรักความห่วงใยนี้และระลึกเสมอว่าต้องมีความหวัง และจะต้องไม่ทำทำให้พ่อแม่ของเราเสียใจ เป็นเส้นความสัมพันธ์ที่จะดึงเด็กๆไม่ให้ทำอะไรที่ผิดพลาด เช่น เสพยา พนัน หรือเล่นเกมส์จนเสียสติ
6 โลกใบนี้ยังสวยงาม คนมีน้ำใจต่อกัน เด็กๆควรคิดถึงคนอื่นตามที่เห็นในข่าว คนที่ไม่เคยรู้จักกันน้ำตาไหลได้ตอนที่รู้ว่าหมูป่าฯรอด เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรสอนเด็กๆ และเริ่มพูดคุยถึงการช่วยเหลือเพื่อน ช่วยเหลือคนอื่นที่ลำบาก รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ใช่กลับบ้านเรียนพิเศษติวกันเพื่อความเป็นเลิศอย่างเดียว
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอ แม้อาจจะไม่ได้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายขนาดนี้ ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งอาจจะมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว เด็กๆติดใต้ตึก ติดในรถ พลัดหลง ฯลฯ
ผู้เขียนแอบคิดเหมือนคุณหมอของลูกๆ (ที่คุยกันเมื่อเช้า) ว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ในเมืองทั่วไป เด็กจะเอาตัวรอดไหม?
7. จินตนาการและความหวังเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนเราไปต่อได้ อย่าให้ใครมาบอกว่าไม่สำเร็จ ทำไม่ได้ เมื่อเรามุ่งมั่นทำดีที่สุด แล้วเวลาที่เราทำสำเร็จความดีใจมันมีมากมาย หลายคนน้ำตาไหลกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรา ถ้าเป็นเรื่องของเราที่เด็กๆทำสำเร็จจากความมุ่งมั่นของตัวเอง เด็กๆจะดีใจมากแค่ไหน?
———
อย่างน้อยก็ได้เขียนสิ่งที่ได้บอกลูกตัวเองทั้งสองคนมาโดยตลอด 7 วันหลังจากเริ่มค้นหาทีมหมูป่าฯ หวังว่าจะมีประโยชน์บ้าง
อย่างน้อยก็ได้เขียนสิ่งที่ได้บอกลูกตัวเองทั้งสองคนมาโดยตลอด 7 วันหลังจากเริ่มค้นหาทีมหมูป่าฯ หวังว่าจะมีประโยชน์บ้าง
