หลังจากที่เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ
(Millennium
Development Goals- MDGs) จำนวน 8 เป้าหมายได้สิ้นสุดแล้วในปี พ.ศ.
2558 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้กำหนด “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”
(Sustainable Development Goals: SDGs) โดยมีการตั้งเป้าหมายทั้งสิ้น
17 เป้าหมาย (Goals) 169 เป้าประสงค์ (Targets) เพื่อใช้เป็นแผนที่นำทางสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนในอีก 15 ปีข้างหน้า
(2015-2030) เพื่อที่ประเทศสมาชิกจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้จากการักษาสมดุลใน
3 ด้านได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม
โดยเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกรอบใหม่นี้เป็นความท้าทายกับประเทศต่างๆ
โดยเฉพาะสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่จะหาแนวทางในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาดังกล่าว
โครงการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่ผม
(และทีมวิจัย) ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา
องค์การมหาชน (หรือ ITD)
ได้พยายามศึกษาผลกระทบของการค้าระหว่างประเทศต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ
โดยใช้กลุ่มประเทศอนุลุ่มน้ำโขงเป็นกรณีศึกษา โดยประเด็นที่น่าสนใจเกิดจากการที่ กลุ่มประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
(Greater Mekong Subregion: GMS) ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา
สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน (เฉพาะมณฑลยูนานและเขตปกครองตนเองกว่างซี) นี้เป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
โดยประเทศในกลุ่มนี้ได้ดำเนินนโยบายเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนมาอย่างต่อเนื่องอันส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในกลุ่มประเทศเหล่านี้
แต่อย่างไรก็ดี
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการเจริญทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจากการใช้การค้าเป็นตัวขับเคลื่อนนั้นจะนำมาสู่การบรรลุกรอบเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้หรือไม่
แต่ละประเทศสมาชิกจะสามารถดำเนินนโยบายการการค้าระหว่างประเทศที่จะส่งผลให้แต่ละประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง
17 เป้าหมายนี้ได้อย่างไร
ผลการศึกษาพบว่า
การค้าระหว่างประเทศ (ซึ่งประกอบไปด้วยการค้าสินค้าและบริการและการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างประเทศ)
ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
โดยเฉพาะเป้าหมายด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายที่ 1
(ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในพื้นที่), เป้าหมาย 2
(ขจัดความหิวโหยบรรลุความมั่นคงทางอาหารสนับสนุนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน) เป้าหมาย 8
(การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและทั่วถึงและการจ้างงานเต็มอัตรา), เป้าหมาย
9
(สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรม)
นอกจากนี้ ยังส่งผลสืบเนื่องมาสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในมิติทางสังคม เช่น
เป้าหมาย 5
(บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง)
อย่างไรก็ดีเนื่องจากด้วยธรรมชาติของการการค้าระหว่างประเทศที่ดำเนินการผ่านระบบตลาดและทำให้เกิดทั้งผู้มีส่วนได้และผู้มีส่วนเสีย
(Gainer
and Loser) เกิดขึ้น ผลการศึกษาพบว่า
การค้าระหว่างประเทศยังสร้างความลำบากต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านสังคม
เช่นเป้าหมาย 10 (ลดความไม่เท่าเทียมทั้งภายในและระหว่างประเทศ) อันเป็นอุปสรรคต่อเนื่องไปสู่การบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนามนุษย์อย่างเป้าหมาย
3 (สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย)
และเป้าหมาย 4 (สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต)
นอกจากนั้น
การค้าระหว่างประเทศยังสร้างผลกระทบภายนอก (Externality)
ในลักษณะต่างๆ
และส่งผลต่ออุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เป้าหมาย 12 (สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน, เป้าหมาย 13 (ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ),
เป้าหมาย 14 (อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร
ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน, และเป้าหมาย 15 (ปกป้อง ฟื้นฟู
และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนและหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ )และเป้าหมายเป็นต้น
ดังนั้นเพื่อให้ประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสามารถบรรลุกรอบเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในแต่ละมิติได้นั้น
นอกจากจะต้องสร้างความร่วมมือและเสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างประเทศสมาชิกซึ่งจะเป็นการบรรลุเป้าหมาย
17 แล้วนั้น
แต่ละประเทศควรที่จะมีนโยบายภายในประเทศในการสร้างสวัสดิการและโครงสร้างพื้นฐานที่ดีแก่ประชาขนเพื่อที่จะให้แต่ละประเทศสมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ในทุกมิติ
ทั้งนี้โครงการวิจัยได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจำนวน 10 ข้อด้วยกัน
ซึ่งถ้ามีโอกาสจะนำรายละเอียดของข้อเสนอมาอธิบายในครั้งต่อไปครับ
