30 กรกฎาคม 2561

การค้าระหว่างประเทศกับการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ


หลังจากที่เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals- MDGs) จำนวน 8 เป้าหมายได้สิ้นสุดแล้วในปี พ.ศ. 2558 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้กำหนด เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยมีการตั้งเป้าหมายทั้งสิ้น 17 เป้าหมาย (Goals) 169 เป้าประสงค์ (Targets) เพื่อใช้เป็นแผนที่นำทางสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนในอีก 15 ปีข้างหน้า (2015-2030) เพื่อที่ประเทศสมาชิกจะสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้จากการักษาสมดุลใน 3 ด้านได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม  โดยเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกรอบใหม่นี้เป็นความท้าทายกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่จะหาแนวทางในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาดังกล่าว

โครงการศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่ผม (และทีมวิจัย) ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา องค์การมหาชน (หรือ ITD) ได้พยายามศึกษาผลกระทบของการค้าระหว่างประเทศต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ โดยใช้กลุ่มประเทศอนุลุ่มน้ำโขงเป็นกรณีศึกษา โดยประเด็นที่น่าสนใจเกิดจากการที่ กลุ่มประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน (เฉพาะมณฑลยูนานและเขตปกครองตนเองกว่างซี) นี้เป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยประเทศในกลุ่มนี้ได้ดำเนินนโยบายเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนมาอย่างต่อเนื่องอันส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในกลุ่มประเทศเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการเจริญทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจากการใช้การค้าเป็นตัวขับเคลื่อนนั้นจะนำมาสู่การบรรลุกรอบเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้หรือไม่  แต่ละประเทศสมาชิกจะสามารถดำเนินนโยบายการการค้าระหว่างประเทศที่จะส่งผลให้แต่ละประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 เป้าหมายนี้ได้อย่างไร

ผลการศึกษาพบว่า การค้าระหว่างประเทศ (ซึ่งประกอบไปด้วยการค้าสินค้าและบริการและการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างประเทศ) ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะเป้าหมายด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายที่ 1 (ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในพื้นที่), เป้าหมาย 2 (ขจัดความหิวโหยบรรลุความมั่นคงทางอาหารสนับสนุนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน) เป้าหมาย 8 (การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและทั่วถึงและการจ้างงานเต็มอัตรา), เป้าหมาย 9 (สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรม) นอกจากนี้ ยังส่งผลสืบเนื่องมาสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในมิติทางสังคม เช่น เป้าหมาย 5 (บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง)

อย่างไรก็ดีเนื่องจากด้วยธรรมชาติของการการค้าระหว่างประเทศที่ดำเนินการผ่านระบบตลาดและทำให้เกิดทั้งผู้มีส่วนได้และผู้มีส่วนเสีย (Gainer and Loser) เกิดขึ้น ผลการศึกษาพบว่า การค้าระหว่างประเทศยังสร้างความลำบากต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านสังคม เช่นเป้าหมาย 10 (ลดความไม่เท่าเทียมทั้งภายในและระหว่างประเทศ) อันเป็นอุปสรรคต่อเนื่องไปสู่การบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนามนุษย์อย่างเป้าหมาย 3 (สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย) และเป้าหมาย 4 (สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต) 



นอกจากนั้น การค้าระหว่างประเทศยังสร้างผลกระทบภายนอก (Externality) ในลักษณะต่างๆ  และส่งผลต่ออุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เป้าหมาย 12 (สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน, เป้าหมาย 13 (ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ), เป้าหมาย 14 (อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน, และเป้าหมาย 15 (ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนและหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ )และเป้าหมายเป็นต้น

ดังนั้นเพื่อให้ประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสามารถบรรลุกรอบเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในแต่ละมิติได้นั้น นอกจากจะต้องสร้างความร่วมมือและเสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างประเทศสมาชิกซึ่งจะเป็นการบรรลุเป้าหมาย 17 แล้วนั้น แต่ละประเทศควรที่จะมีนโยบายภายในประเทศในการสร้างสวัสดิการและโครงสร้างพื้นฐานที่ดีแก่ประชาขนเพื่อที่จะให้แต่ละประเทศสมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ในทุกมิติ ทั้งนี้โครงการวิจัยได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจำนวน 10 ข้อด้วยกัน ซึ่งถ้ามีโอกาสจะนำรายละเอียดของข้อเสนอมาอธิบายในครั้งต่อไปครับ