เป็นที่น่ายินดีเหลือเกินครับว่า ปีใหม่ปีนี้ยังได้หยุด 4 วันเหมือนเช่นเคยเนื่องจากวันส่งท้ายปีเก่าและวันขึ้นปีใม่ปีนี้ไปตรงกับวันเสาร์และอาทิตญพอดิบพอดี แต่จะว่าไปแล้ว ช่วงเข้าใกล้ปีใหม่นี้น่าจะสามารถกล่าวได้ว่าเป็นช่วงที่สนุกสนานที่สุดในรอบปีก็ว่าได้ และจะเป็นช่วงที่คนทำงานส่วนใหญ่มักจะรู้สึกที่จะอยากทำงานในช่วงนี้เท่าไรนัก ห้างสรรพสินค้าและออฟฟิสที่ทำงานต่างประดับไฟหรือหรือมีการตกแต่งเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ที่ทำงานทุกที่จะต้องมีการจัดงานเลี้ยงฉลอง จับฉลากของรางวัล และดื่มสังสรรค์ ดังที่หลายๆคนเรียกช่วงเวลานี้ว่าเทศการหรรษา หรือ Greeting Season ดังนั้นถ้าดูตัวเลขรายจ่ายรวมของครัวเรือน (Household Consumption) ในไตรมาศที่ 4 นี้จะเห็นได้ว่าจะสูงกว่าช่วงไตรมาศอื่นๆเสมอ
แต่จะว่าไปแล้วช่วงเวลาที่มีวันหยุดยาวและมีการเฉลิมฉลองนั้นมักจะต้องตามมาด้วยสถิติของ “อุบัติเหตุทางรถยนต์”ซึ่งสาเหตุหลักมักจะมาจากการดื่มสุรา แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นที่น่ายินดีว่า จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในช่วง 7 วันอันตราย (29 ธันวาคม – 2 มกราคม) ในปีนี้นั้น มีจำนวนลดลงจากปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะลดลงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ แต่จำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 300 คนนั้นก็ยังถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้จะเป็นเพียงการสร้างความเศร้าโศกเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตเอง แต่ในหลายๆครั้งยังสร้างความเดือดร้อนกับผู้อื่นด้วย ซึ่งผู้ที่ตกเป็น “เหยื่อบริสุทธ์” เหล่านั้นจะต้องมารับเคราะห์กรรม จากอุบัติเหตุที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น
แต่เนื่องจากบทความนี้เป็นบทความทางเศรษฐศาสตร์ การที่ผมจะมาเขียนในเชิงของสังคมก็อาจจะไม่เข้ากับชื่อคอลัมน์ “ทันเศรษฐกิจ” เท่าไรนัก ดังนั้น ในการที่จะเชื่อมโยงเรื่องของอุบัติเหตุดังกล่าวตามแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ ในวันนี้ผมจะขออธิบายถึงเรื่องการวัด “มูลค่าของชิวิตเชิงสถิติ” หรือที่เรียกว่า Value of Statistical Life (VSL) ซึ่งเป็นวิธีการที่มีความน่าสนใจ และมีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะสำหรับทั้งกับผู้วางนโยบายเพื่อสำหรับใช้ในการวิเคราะห์ “ต้นทุนและผลได้” (Cost-Benefit Analysis) สำหรับกำหนดนโยบายต่อไป
ในเชิงของต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์นั้นได้อธิบายว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทางรถยนต์นั้นมีต้นทุนสูงเป็นอย่างมาก โดยถ้าจะวิเคราะห์เพียงแค่สภาพของทรัพย์สินที่เสียหาย (เช่นรถยนต์ที่มีสภาพพังยับเยิน หรือ ป้ายถนนที่ต้องชำรุด) ก็คงจะไม่ได้ยากเย็นนัก แต่ทว่าเราจะสามารถที่จะตีมูลค่าของชีวิตที่สูญเสียไปนี้ได้อย่างไร การคำนวณหาค่า VSL นี้เองจะช่วยในการตอบคำถามดังกล่าว ในการคำนวณหาค่า VSL นั้นได้ศึกษาไว้ว่า ในแต่ละคนจะต้องมีความเป็นไปได้ในการเผชิญต่อความเสี่ยงที่แตกต่างกัน มีรายได้ที่แตกต่างกัน มีรสนิยมในการบริโภคแตกต่างกัน และมีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนได้ถึง VSL ที่แตกต่างกันด้วย
งานวิจัยจำนวนมากได้พยายามศึกษา VSL และได้ข้อสรุปดังต่อไปนี้
ในด้านความเสี่ยง คนที่จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากจะมี VSL ที่ต่ำกว่าคนที่ไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยง
โดยความเสี่ยงจากอุบัติเหตุมักจะสูงในกลุ่มคนอายุน้อยและต่ำลงเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน แต่เมื่อเข้าสู่วัยชรา ก็จะมีความเสี่ยงในด้านอื่นๆที่ไม่ใช่อุบัติเหตุมากขึ้น เช่นความเสี่ยงจากการเจ็บไข้ได้ป่วย
ค่า VSL จะมีค่าสูงสุดในกลุ่มของคนวัยทำงานหนุ่มสาวที่มีอายุประมาณ (28-32 ปี) และลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น โดยที่คนชราและผุ้สูงอายุกลับพบว่ามี VSL ต่ำกว่าช่วงอายุอื่นๆ จะลดลงอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าผมจะยังไม่เคยเห็นการศึกษาและคำนวณหาค่า VSL ในประเทศไทยก็ตาม แต่ก็เชื่อได้ว่าคงจะมีมูลค่าที่สูงไม่แพ้กัน แต่เนื่องจากตัวแปรหนึ่งในการนำมาคิดค่า VSL ก็คือ “ค่าจ้างแรงงาน” ซึ่งโดยเปรียบเทียบ แรงงานสหรัฐย่อมมีค่าจ้างที่สูงกว่าแรงงานในประเทศไทย ดังนั้นค่า VSL สำหรับคนไทยก็จะมีค่าต่ำกว่าครับ
VSL มีความสำคัญสำหรับผุ้วางนโยบายในการเลือกกำหนดนโยบายเพื่อ “ลดความเสี่ยง” (Risk Reduction) ต่างๆเช่นความเสี่ยงจากการทำงาน ความเสี่ยงจากท้องถนน แต่ยังถูกใช้มากในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในบริษัทประกันชีวิต เพื่อใช้ในการคำนวณหาค่าเบี้ยประกัยภัย การหาค่าสินไหม หรือการนำมาใช้ในการคิดคำนวนในระบบประกันสังคมประเภทต่างๆ
ในท้ายที่สุด ผมอยากให้ท่านผู้อ่านเข้าใจว่า ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะบอกว่าชีวิตคนเรามีมูลค่าไม่เท่ากัน หรือผมบังอาจที่จะไปตีมูลค่าของคนเป็นในรูปของตัวเงิน ผมเชื่อในเรื่องของความเท่าเทียมกันครับ แต่บทความนี้เพียงแค่ต้องการที่จะบอกว่า “ชีวิตคนเรานั้นมีค่ามหาศาล” ครับ (ถึงแม้ว่าจะนำมาวัดเป็นแค่ตัวเงินในกรณีนี้ก็ตาม) โดยเฉพาะถ้านำ “ต้นทุนทางความรู้สึก” (Psychic Cost) เข้ามาคิดแล้ว ชีวิตคนเรามีค่ามากกว่าการวัดทาง VSL มากนัก ดังนั้นขอให้ทุกท่านดูแลชีวิตของตนเองให้ดี อย่านำชีวิตที่มีคุณค่าของเรานั้นไปเสี่ยงกับอะไรที่ไม่สมควร หรือทำให้คุณค่าของเราแย่ลง (เช่นการดื่มสุราจนเมามายแล้วไปขับรถจนเกิดอุบัติเหตุกับตัวเองและคนอื่น) โดยเฉพาะน้องๆวัยรุ่นที่เป็นอนาคตของชาติ ในโอกาสนี้ ผมขอสวัสดีปีใหม่ย้อนหลัง ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความสมหวังในทุกๆเรื่องครับ
