11 มกราคม 2550

อยากบอกให้รู้ว่า “ฉันรักเธอ” มากแค่ไหน



เทศกาลวันวาเลนไทน์ซึ่งเป็นวันแห่งความรักได้มาถึงอีกครั้ง หนุ่มสาวได้ถือวาระของเทศกาลนี้เพื่อให้ของขวัญซึ่งกันและกัน อันเป็นการแสดงความรักต่อกัน ถึงแม้ว่าเทศกาลวันวาเลนไทน์จะเป็นเทศกาลที่มาจากต่างประเทศก็ตาม คนไทยเราเองก็ให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้ไม่น้อยกว่าชาติอื่น
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศแห่งความรัก คอลัมน์ ’ทันเศรษฐกิจ’ ในวันนี้ขอนำเสนอ แนวความคิดทางเศรษฐศาสตร์เพื่อใช้อธิบายถึงความรัก ซึ่งท่านผู้อ่านอาจจะลองนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เผื่อว่าแนวคิดนี้จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจในเรื่องของความรักได้ง่ายขึ้น ซึ่งแนวทางนี้อาจจะเป็นแนวทางง่ายๆที่ทุกท่านอาจจะทราบอยู่แล้ว

หลายคนเข้าใจว่าเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของ “เงินๆทองๆ” หรือ “การตีมูลค่าอะไรก็ตามให้อยู่ในรูปของตัวเงิน” แต่ที่จริงแล้ว แนวคิดดังกล่าวเป็นแค่ส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งของสาขาวิชานี้เท่านั้น
จากวิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น (ECON 101) ได้อธิบายถึงปัญหาทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economic Problem) ที่ว่า “ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด มนุษย์ในสังคมจำเป็นต้องเลือกในทางเลือกที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” แต่ทว่าที่ผ่านมา งานศึกษาส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการบริโภคหรือการลงทุน โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด นั่นก็คือ “เงินในกระเป๋า” ของเราๆท่านๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีเงิน 100 บาทที่จะต้องใช้สำหรับเลือกกินอาหารกลางวัน โดยมีทางเลือกก็คือ ก๋วยเตี๋ยว ขนม และน้ำอัดลม จากเงิน 100 บาทนั้น เราสามารถเลือกบริโภคได้ 2 ทางเลือก (หรือมากกว่านั้น) คือ

• ทางเลือกที่ 1 คือ บริโภคก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ขนม 2 ถ้วย และน้ำอัดลม 2 ขวด หรือ
• ทางเลือกที่ 2 คือ บริโภคก๋วยเตี๋ยว 2 ชาม ขนม 1 ถ้วย และน้ำอัดลม 1 ขวด

การตัดสินใจเลือกบริโภคในส่วนผสม (Combination) ของสินค้าที่แตกต่างกันภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด (เงิน 100 บาท) นี้เป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “Reveal Preference” ซึ่งเป็นแนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลที่มีชื่อว่า Paul Samuelson โดยถ้าสมมติว่าเราเลือกบริโภคในทางเลือกที่ 1 จะทำให้เสียโอกาสกับอีกทางเลือกหนึ่ง ดังนั้น การเลือกบริโภคในทางเลือกที่ 1 จะทำให้เกิด “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (Opportunity Cost) จากการที่ไม่ได้เลือกบริโภคในทางเลือกที่ 2 ดังนั้น เกณฑ์ในการตัดสินใจสำหรับการบริโภคจะขึ้นอยู่กับ “ผลประโยชน์” (Benefit) จากทางเลือกนั้น เปรียบเทียบกับต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ การที่จะเลือกบริโภคในทางเลือกไหนนั้นย่อมขึ้นอยู่กับ “รสนิยม” (Preference) หรือ “อรรถประโยชน์” (Utility) ที่แต่ละคนต้องการ เช่นถ้าคนๆนั้นชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก ทางเลือกที่ 2 น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมซึ่งจะเป็นการสร้างความสุขให้กับคนผู้นี้มากกว่าทางเลือกที่ 1
ถ้าเอาแนวคิดของ Reveal Preference นี้มาใช้ในการตัดสินใจเลือกทางด้าน “ความรัก” ในบางครั้งท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะเคยต้องประสบปัญหาทางด้านเศรษฐศาสตร์แห่งความรักนี้อยู่บ่อยครั้ง เช่น ไม่รู้ว่าจะเลือกใครระหว่างนาย ก กับนาย ข หรือ ไม่รู้ว่ารักใครมากกว่ากันระหว่างนางสาว ค กับนางสาว ง ซึ่งเราสามารถแก้ปัญหาในลักษณะนี้โดยใช้แนวทางของ Reveal Preference คือ ท่านต้องทราบว่ารสนิยม (Preference) หรือ อรรถประโยชน์ (Utility) ของท่านมีลักษณะแบบใด ซึ่งท่านต้องทราบว่าผู้หญิง/ผู้ชาย แบบใดเป็นแบบที่ท่านชอบ (เช่น เป็นคนหน้าตาดี นิสัยดี ฐานะดี เป็นต้น) Paul Samuelson เรียกข้อสมมติฐานนี้ว่า “รสนิยมของท่านจะต้องสมบูรณ์ (Preference is Complete) คือ ท่านจะต้องจัดอันดับความชอบทางเลือกของท่านให้ได้

แต่ในความเป็นจริง หลายท่านอาจจะมีคำถามในใจว่า ถึงจะรู้ว่าความชอบของตนเป็นอย่างไร แต่การจะตัดสินใจว่าชอบใครมากกว่าเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งในจุดนี้ เศรษฐศาสตร์อาจช่วยในการตัดสินใจของท่านได้จากแนวคิดง่ายๆ ที่ผมได้อธิบายไปเบื้องต้น โดยใช้ หลักของการวิเคราะห์ต้นทุนค่าเสียโอกาส หากต้องเลือกระหว่างนาย ก และนาย ข (หรือระหว่างนางสาว ค กับ นางสาว ง) ให้เปรียบเทียบต้นทุนค่าเสียโอกาสระหว่างการเลือกอยู่กับนาย ก และนาย ข ในที่นี้หมายถึง หากเลือกอยู่กับนาย ก ต้องเสียโอกาสที่จะอยู่กับนาย ข แล้วลองคิดว่าจะมีต้นทุนสูงเท่าใด (เสียใจเท่าใด คิดถึงเท่าใด จะอยู่ได้มั๊ย) แล้วลองเปรียบเทียบกับต้นทุนค่าเสียโอกาสในการที่ท่านจะเลือกอยู่กับนาย ข หากคำตอบของท่านคือ การเลือกอยู่กับนาย ก ทำให้ท่านมีความทุกข์หรือความสูญเสียมากกว่า คำตอบของท่านก็คือ ท่านรักนาย ข มากกว่านั่นเอง (เหมือน อย่างที่ ’เตียบ่อกี้’ ในเรื่องดาบมังกรหยก บอกว่า “หากขาด ‘เจ้าหมิ่น’ ในชีวิตข้าแล้ว ข้าขอตายซะดีกว่า”) ซึ่งหลักการคิดในลักษณะนี้ เป็นการตัดสินใจจากความพอใจของท่านที่แท้จริง โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยซ้ำว่า ท่านให้น้ำหนักกับ หน้าตา นิสัย และฐานะ มากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเราสามารถที่จะตัดสินใจเลือกคนรักอย่างมีเหตุมีผลตามกระบวนการข้างต้น ก็ใช่ว่าปัญหาความรักจะหมดไป เพราะความรักเป็นเรื่องของคนสองคน ดังนั้น ในหลายครั้งที่คนๆ นั้นอาจจะเป็นคนที่ท่านเลือก แต่ท่านอาจจะไม่ตรงตามอรรถประโยชน์ของคนๆนั้น ก็ได้ เมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นๆที่คนที่ท่านรักมี (ให้เลือก) ผลที่ตามมาก็จะสะท้อนอยู่ในรูปของ ความผิดหวังจากความรัก หรือการเสียใจจากการแยกทาง ซึ่งในหลายโอกาสเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ในกรณีที่ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลในการเลือก

สิ่งที่ผมอยากจะบอกท่านผู้อ่านจากบทความชิ้นนี้ก็คือ ท่านควรเลือกอย่างมีหลักการ มีเหตุมีผล แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านจะถูกเลือกจากคนที่ท่านเลือกเสมอไป และในทางตรงข้าม ท่านอาจจะเป็นคนที่ถูกคนอื่นเลือกเพราะคนๆ นั้นเห็นคุณค่าในตัวของท่านมากกว่า เพราะฉะนั้น ผมขอเป็นกำลังใจสำหรับคนที่ผิดหวังกับความรักว่า สิ่งที่ท่านควรเลือกที่จะรัก และเป็นการเลือกที่ให้ประโยชน์มากที่สุดแก่ท่านก็คือ การเลือกที่จะรักตนเอง และการสร้างคุณค่าให้กับตนเอง ซึ่งผมเชื่อว่า การทำเช่นนี้จะส่งผลให้ท่านมีคุณลักษณะที่อยู่ในอรรถประโยชน์ของใครอื่นอีกหลายคนก็เป็นได้ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับความรักครับ