ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่ผมตั้งตารอที่จะได้รับชมมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 และอันดับ 3 ของโลก ได้แก่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (อันดับ 1) และการแข่งขันฟุตบอลแห่งชาติยุโรปหรือบอลยูโร 2008 (อันดับ 3) เพราะนอกจากความสนุกสนานจากเกมการแข่งขันแล้ว ยังช่วยในการแก้เครียดจากภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในช่วงนี้ได้ดีอีกด้วย โดยเฉพาะฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬาสุดโปรดของพวกเราคนไทย สุดโปรดขนาดไหนก็ลองคิดครับว่า แฟนบอลชาวไทย (รวมถึงสื่อกีฬาต่างๆ) มัวแต่ไปสนใจบอลยุโรป จนลืมที่จะสนใจฟุตบอลทีมชาติไทยที่กำลังอยู่ในช่วงของการคัดเลือกฟุตบอลโลกไปเลย
ไม่เฉพาะเพียงแต่ในประเทศไทย ต้องยอมรับว่าฟุตบอลเป็นเกมกีฬาของคนทั้งโลกอย่างแท้จริง สำนักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ได้ออกมาประเมินผลกระทบของการแข่งขันบอลยูโรต่อเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันอย่างประเทศออสเตรียและประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน หรือแม้กระทั้งประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน
โดยทั่วไปแล้ว การแข่งขันบอลยูโรจะส่งผลได้ทางเศรษฐกิจต่อประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันทั้งสิ้น เนื่องจากกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของแฟนบอลที่ออกไปสังสรรค์และเชียร์ฟุตบอลตามร้านอาหารหรือผับบาร์ต่างๆ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเพื่อเข้าชมการแข่งขัน ยอดใช้จ่ายการการจองห้องพักของนักท่องเที่ยว รวมไปถึงการใช้จ่ายในลักษณะของการลงทุนของภาคเอกชนและภาครัฐจากการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการแข่งขัน รวมไปถึงการใช้จ่ายทางด้านการโฆษณาของภาคธุรกิจต่างๆ ที่เป็นสปอนเซอร์ในการแข่งขัน
จากการศึกษาของ Credit Suisse Bank พบว่าการแข่งขันฟุตบอลยูโรจะ “ไม่ส่งผลได้” ต่อเศรษฐกิจของสวิสเซอร์แลนด์ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเจ้าภาพจัดการแข่งขันเท่าใดนักเนื่องจาก เศรษฐกิจของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในช่วงนี้กำลังอยู่ในภาวะถดถอย (Economic Recession) เนื่องจากการถดถอยของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ในขณะที่ SportsEconAustria ได้รายงานว่าการแข่งขันบอลยูโรจะส่งผลได้ต่อเศรษฐกิจของประเทศออสเตรียในฐานะอีกหนึ่งเจ้าภาพของการแข่งขันเพิ่มขึ้นถึง 321 ล้านเหรียญยูโร (492 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือประมาณถึงร้อยละ 0.15 ของ GDP ของประเทศออสเตรเลียในปีนี้เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังได้ประเมินว่า จำนวนคืนของห้องพักโรงแรมในประเทศออสเตรียยังจะปรับเพิ่มขึ้นถึง 830,000 คืนในช่วงเวลาก่อนและหลังการแข่งขัน โดยพบว่าแฟนบอลที่เข้ามาจองห้องพักในประเทศออสเตรียส่วนใหญ่เป็นแฟนบอลจากประเทศเยอรมนีซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึงกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ได้ให้ความเห็นว่าผลกระทบทางบวกดังกล่าวเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้นต่อระบบเศรษฐกิจเท่านั้น (Short-Term Impact)
ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน แต่เป็นประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันบอลยูโรในครั้งนี้ต่างก็ได้รับผลได้ทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน โดยจากการศึกษาของ Chris Gratton ศาสตราจารย์จาก Sheffield Hallam University ที่เมือง Sheffield ประเทศอังกฤษได้ประเมินผลได้ทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียจากการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2008 นี้โดยพบว่า ผลได้ทางเศรษฐกิจรวมที่ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย 4 ประเทศอันได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดนได้รับจะสูงถึง 242.3 ล้านเหรียญยูโร โดยเมื่อจำแนกเป็นรายประเทศแล้วพบว่า เดนมาร์กจะได้ 65 ล้านเหรียญยูโร, ฟินแลนด์ได้ 45.5 ล้านเหรียญยูโร, นอร์เวย์ ได้ 40.8 ล้านเหรียญยูโร และ สวีเดนได้ 91 ล้านเหรียญยูโร ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลได้ทางเศรษฐกิจสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ภายในกลุ่มเนื่องจากทีมฟุตบอลจากสวีเดนได้เข้าร่วมในการแข่งขันฟุตบอลยูโรรอบสุดท้ายในครั้งนี้ด้วย เช่นเดียวกับการศึกษาของสถาบัน MeerWaarde Onderzoeksadvies ของประเทศเนเธอร์แลนด์ที่อธิบายว่าผลกระทบของบอลยูโรได้ส่งผลได้ทางเศรษฐกิจของประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวของ CNBC ยังได้รายงานว่า จากการที่ทีมฟุตบอลจากประเทศอังกฤษไม่สามารถผ่านเข้ารอบไปร่วมแข่งขันฟุตบอลยูโรรอบสุดท้ายในครั้งนี้ได้นั้นกลับส่งผลกระทบต่อการถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศอังกฤษเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เศรษฐกิจของประเทศอังกฤษต้องประสบกับภาวการณ์ถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างหนักในปัจจุบัน การที่ทีมชาติอังกฤษประสบความล้มเหลวในการเข้าไปเล่นในบอลยูโรรอบสุดท้ายนั้นส่งผลทำให้ ยอดขายสินค้ากีฬาอย่างไนกี้ (NIKE) หรือ อดิดาส (ADIDAS) ลดลง, ยอดขายโทรทัศน์จอแบบที่เป็นที่นิยมติดตั้งตามร้านอาหารหรือผับบาร์จากประเทศอังกฤษอย่าง Phillips หรือ SONY ลดลง, รวมไปถึงธุรกิจผับบาร์ใปประเทศอังกฤษที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยจากการรายงานได้เปรียบธุรกิจผับบาร์ในประเทศอังกฤษว่าเหมือนกับ “บ้านผีสิง” (Ghost House) ที่ไม่มีคนเข้ามาใช้บริการเท่าไรนัก
ไม่ใช่เฉพาะเพียงแต่เศรษฐกิจของประเทศอังกฤษ นักวิเคราะห์บางรายได้ให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงบอลยูโรนั้นก็ไม่ได้คึกคักมากเท่าที่ควร โดยมีสาเหตุหลักๆ สองประการก็คือ
1) เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงของข้าวยากหมากแพง คนไม่ค่อยอยากใช้จ่ายในการออกมาเชียร์บอลนอกบ้าน และเลือกที่จะประหยัดเงินโดยการเชียร์บอลในบ้านแทน
2) ทีมที่คนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบที่สุดอย่างทีมชาติอังกฤษไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในบอลยูโรนัดสุดท้ายนี้ได้ จึงส่งผลทำให้แฟนบอลไม่สนใจกับบอลยูโรในครั้งนี้เท่าไรนัก
ไม่น่าเชื่อครับว่า ฟุตบอลจะส่งผล (ทั้งทางบวกและทางลบ) ต่อระบบเศรษฐกิจของโลกได้มากถึงขนาดนี้ แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกฟุตบอลว่าเป็นเกมกีฬาของคนทั้งโลกได้อย่างไร เอาเถอะครับ ถึงแม้ว่าบอลยูโรจะไม่ส่งผลได้ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยมากเท่าที่ควรก็ตาม แต่อย่างน้อยการถ่ายทอดมีบอลยูโรในช่วงนี้ก็ช่วยลดความร้อนแรงของการปะทะระหว่างกลุ่มพันธมิตรและรัฐบาลได้บ้าง เพราะเกมการแข่งขันในบอลยูโรยังสนุก และมีความเป็นธรรมมากกว่าเกมการเมืองตั้งเยอะ ว่ามั้ยครับ
