หลังจากที่ได้ตั้งหน้าตั้งตารอมานาน มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง “ฟุตบอลโลก” ก็ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง ฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนไทยชอบเล่น ชอบดู และติดตามมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกีฬาประเภทอื่นๆ ดูได้จากการที่ประเทศไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันทุกนัด ไม่เฉพาะเพียงแค่นั้น ยังมีรายการวิเคราะห์ข่าวกีฬาจากผู้ชำนาญการทางด้านนี้ (หรือที่เรียกว่ากูรู) ออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
เมื่อครั้งบอลโลกคราวที่แล้วที่เยอรมนี ผมได้เขียนบทความที่อธิบายถึงการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในการวิเคราะห์ผลบอลโลกโดยวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่จะส่งผลต่อการชนะของแต่ละทีม ผลที่พบในครั้งนั้นสรุปว่า ทีมที่มีอันดับสูงกว่าจะมีความน่าจำเป็นที่จะชนะเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น (แค่ร้อยละ 0.9 จาก 1 อันดับ FIFA) เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยทางด้านศักยภาพในการแข่งขันเช่นจำนวนการยิงเข้ากรอบ (เข้ากรอบ 1 ลูกเพิ่มโอกาสชนะร้อยละ 7.1) และการที่ผู้เล่นถูกไล่ออกจากสนาม (ถ้าผู้เล่นถูกไล่ออกจากทีม 1 คนจะมีโอกาศแพ้เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.6) โดยผู้สนใจติดตามบทความดังกล่าวสามารถหาอ่านได้จาก http://piriya-pholphirul.blogspot.com/2006/06/blog-post_04.html)
ในคราวนี้ ผมขอนำเสนอแนวทางการวิเคราะห์อีกแบบหนึ่งที่ไช้เครื่องมือทางคณิตศาสตร์การเงิน (Mathematical Finance) ที่จัดทำโดยบริษัท J.P. Morgan บริษัทการเงินชั้นนำแห่งหนึ่งของโลกมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ผลบอลโลกในครั้งนี้ J.P.Morgain ได้จัดทำรายงานโดยใช้แบบจำลองเชิงปริมาณหรือ Quantitative Model (ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ในการวิเคราะห์หุ้น) มาให้ในการวิเคราะห์ผลของบอลโลก 2010 ในครั้งนี้ โดยการวิเคราะห์ดังกล่าวได้จำแนกเป็น 4 วิธีดังนี้
1. Valuation Matrix: เช่นเดียวกับการลงทุนหุ้นที่ต้องใส่ใจกับมูลค่าของแต่ละบริษัท วิธีนี้ใช้อันดับของ FIFA เป็นตัวแทนในการประเมินมูลค่าของแต่ละทีม จากผลของการจัดอันดับของ FIFA ครังล่าสุดและวิเคราะห์ถึงผลการแข่งขันของแต่ละทีมที่ผ่านมา (รวมถึงผลของการแข่งขันบอลโลกคราวก่อนที่เยอรมนี) สรุปว่า ทีมที่มีมูลค่าสูงและน่าจะชนะบอลโลกในครั้งนี้ได้แก่ บลาซิล สเปน เนเธอร์แลนด์ และโปรตุเกส ตามลำดับ
2. Market Analysis: เช่นเดียวกับการวิเคราะห์มูลค่าทางการตลาดของหุ้นแต่ละตัว วิธีการนี้ใช้การวัดมูลค่าของตลาดโดยประมาณการความน่าจำเป็นที่แต่ละทีมจะชนะ โดยการวิเคราะห์นี้ได้นำแต้มการต่อรองจากสำนักต่างๆ เข้ามาวิเคราะห์ วิธีการนี้สรุปว่าทีมที่มีความน่าจำเป็นที่จะเป็นแชมป์บอลโลกในครั้งนี้สูงสุดได้แก่ สเปน (ร้อยละ 20.2) รองมาได้แก่ บลาซิล (ร้อยละ 16.7), อังกฤษ (ร้อยละ 15.6) และอาร์เจนติน่า (ร้อยละ 10.6) ในขณะที่ทีมที่มีความน่าจำเป็นที่จะเป็นแชมป์น้อยที่สุดได้แก่ เกาหลีเหนือและนิวซีแลนด์ ที่มีความน่าจำเป็นที่จะชนะเพียงแค่ร้อยละ 0.1 เท่านั้น
3. Company Fundamentals: วิธีการนี้วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและความอ่อนไหว (Sentiment) ของแต่ละบริษัทโดยมูลค่าของหุ้นจะมีความเสี่ยงต่ำถ้าบริษัทมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนน้อย (หรือพูดง่ายๆ ก็คือการไม่เกิดเหตุการณ์พลิกล็อค) งานวิเคราะห์ได้นำความน่าจำเป็นที่จะชนะของแต่ละทีมมาหารด้วยผลต่างระหว่างค่าสูงสุดและต่ำสุดของความน่าจำเป็นนั้น โดยผลที่ได้จะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่แต่ละทีมจะไม่ถูกพลิกล็อก (เช่นทีมดังแพ้ทีมที่ด้อยกว่า) โดยผลที่ได้สรุปว่า โอกาสที่ทีมดังจะไม่ถูกพลิกล็อกโดยต้องพ่ายแพ้ทีมที่ด้อยกว่าและน่าจะแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ได้แก่ ได้แก่ บราซิล, อังกฤษ, สเปน, และไอเวอรี่โคสต์ ตามลำดับ
4. Price Trends: ในการวิเคราะห์การลงทุนในระยะยาว นักลงทุนหุ้นมักใช้การวิเคราะห์แนวโน้มของราคาโดยการวิเคราะห์ข้อมูลกลับไปในอดีต เมื่อนำมาวิเคราะห์ในบอลโลก วิธีการนี้ใช้อันดับของ FIFA ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมาหาค่าเฉลี่ยและจำแนกผลเป็นระยะเวลาได้แก่ 3 เดือน, 6 เดือน, และ 12 เดือน ผลที่ได้จะสะท้อนถึงศักยภาพของทีมในระยะยาว (มากกว่าในระยะสั้น) โดยผลที่ได้สรุปว่าทีมที่มีแนวโน้มที่มีศักยภาพที่ดีสุด (เมื่อวิเคราะห์ในรอบ 12 เดือน) ได้แก่ 1) เนเธอร์แลนด์, 2) สเปน, และ 3) บลาซิล
หลังจากนั้น JP Morgan ได้นำทั้ง 4 วิธีการมาทำการถ่วงน้ำหนัก (Weighted) โดยใช้วิธีการของ Factor Rating Analysis ซึ่งได้ให้น้ำหนักถึงร้อยละ 40 สำหรับ Valuation Matrix, ร้อยละ 15 สำหรับ Market Analysis, ร้อยละ 15 สำหรับ Company Fundamentals, และร้อยละ 30 สำหรับ Price Trend โดยผลที่ได้พบว่า “บราซิล”ยังคงเป็นที่ที่มีศักยภาพเข้มแข็งที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทีมอื่นๆ (รองลงมาได้แก่ สเปน อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ ตามลำดับ) ในขณะที่เกาหลีเหนือเป็นทีมที่มีศักยภาพต่ำที่สุด
แต่ทว่าเมื่อนำศักยภาพของทีมทั้งหมดเข้ามาใส่ตามตารางการจัดกลุ่มและตารางการแข่งขัน รวมถึงได้นำความน่าจำเป็นของปัจจัยที่จะต้องมีการเสมอ (Draw) และยิงลูกโทษ (Penalty Kick) เข้ามาคำนวณ ผลลัพธ์ที่ได้สามารถพบว่า 3 ทีมที่น่าจะมีโอกาสในการเป็นแชมป์ (รวมถึงอันดับ 2-3) ในการแข่งขันบอลโลก 2010 ในครั้งที่ซึ่งได้แก่
แต่ทว่าเมื่อนำศักยภาพของทีมทั้งหมดเข้ามาใส่ตามตารางการจัดกลุ่มและตารางการแข่งขัน รวมถึงได้นำความน่าจำเป็นของปัจจัยที่จะต้องมีการเสมอ (Draw) และยิงลูกโทษ (Penalty Kick) เข้ามาคำนวณ ผลลัพธ์ที่ได้สามารถพบว่า 3 ทีมที่น่าจะมีโอกาสในการเป็นแชมป์ (รวมถึงอันดับ 2-3) ในการแข่งขันบอลโลก 2010 ในครั้งที่ซึ่งได้แก่
1) อังกฤษ
2) สเปน
3) เนเธอร์แลนด์
อย่างไรก็ดี คงไม่มีแบบจำลองหรือการคาดการณ์ใดที่แม่นยำ 100 เปอร์เซนต์ในเกมฟุตบอล ซึ่งที่นักวิเคราะห์ต่างๆ ในโทรทัศน์ออกมาให้ความเห็นก็เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัว (บวกกับข้อมูลในอดีตเล็กน้อย) ณ วินาทีนี้ ผู้ที่ทำนายได้แม่นยำที่สุดก็เห็นจะมีแต่เจ้าหมึกพอลแต่เพียงผู้เดียว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าผู้เล่นพนันฟุตบอลมักมีโอกาสที่จะเสียมากกว่าได้ (มีแต่เจ้ามือเท่านั้นที่รวย)
