ท่านผู้อ่านหลายคนเคยเล่นตัวต่อเลโก้ใช้ไหมครับ ตัวต่อเลโก้จะมีชิ้นเล็กๆ หลายร้อยชิ้นที่มีสีและขนาดที่แตกต่างกัน โดยความสนุกของการต่อเลโก้ก็คือการที่ผู้ต่อสามารถนำชิ้นส่วนเหล่านั้นมาสร้างโมเดลที่แตกต่างกันได้หลายร้อยแบบขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้ต่อ ผู้ใหญ่มักแนะนำให้เด็กๆ เล่นตัวต่อเลโก้เพื่อช่วยในการพัฒนาทั้งสติปัญญาและความคิดสร้างสรรค์
Cesar Hidalgo นักวิชาการทางด้านฟิสิกส์จากสถาบัน MIT ได้เปรียบเทียบการสร้างโมเดลจากตัวต่อเลโก้กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Logo Theory of Development) ไว้ว่า การต่อเลโก้ก็เหมือนกับการที่แต่ละประเทศเป็นเจ้าของกล้องเลโก้ที่มีขนาดที่แตกต่างกัน โดยแต่ละกล่องประกอบไปด้วย “ชิ้นส่วน” จำนวนมาก เช่นเดียวกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ การผลิตสินค้าชนิดหนึ่งอาจจะต้องใช้ทั้งปัจจัยทุน (Capital), แรงงาน (Labor) และเทคโนโลยีการผลิต (Technology) ในการผลิตสินค้าชิ้นนั้น เฉกเช่นเดียวกับการใช้ชิ้นส่วนตัวต่อในการต่อโมเดลเครื่องบินไอพ่น มอเตอร์ไซร์ หรือหุ่นยนต์ (จากรูปข้างล่าง) ประเทศที่ร่ำรวยก็เหมือนกับเจ้าของกล่องเลโก้กล่องใหญ่ที่มีศักยภาพ (Capacities) ในการสร้างโมเดลสินค้า/ บริการที่มีความสลับซับซ้อน (Complexity) ได้มากกว่านักต่อคนอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างเครื่องบินไอพ่นจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ ใช้แรงงานที่มีทักษะสูง และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย มากกว่าการผลิตเสื้อผ้าที่อาจใช้แรงงานที่มีทักษะต่ำ เงินลงทุนน้อย หรือเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ต้องมีความทันสมัยมากนัก แน่นอนว่าการสร้างเครื่องบินไอพ่นจำเป็นที่จะต้องใช้ตัวต่อเลโก้ที่มากกว่าและมีความซับซ้อนกว่าการผลิตเสื้อผ้ามากนัก
นอกจากนี้ ประเทศที่ร่ำรวยไม่ได้เพียงแต่สามารถผลิตเครื่องบินไอพ่นได้เพียงอย่างเดียว แต่ประเทศเหล่านี้ยังมีความสามารถในการใช้ตัวต่อเลโก้มาผลิตสินค้า/บริการที่ซับซ้อนได้อีกกว่าหลายล้านชนิดในขณะที่ประเทศที่ยากจนอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ แน่นอนว่า ถ้าประเทศใดที่มีชิ้นส่วนเลโก้มากกว่าอีกประเทศหนึ่ง ประเทศนั้นก็สามารถที่จะมีโอกาสผลิตสินค้าและบริการได้มากกว่าอีกประเทศหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ดี การพัฒนาเศรษฐกิจแบบตัวต่อเลโก้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ การที่ประเทศจะต้องพยายามเพิ่มชิ้นส่วนตัวต่อเลโก้ให้มากขึ้นแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องเน้นสร้างศักยภาพในการผสมผสานการต่อให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดนี้เป็นหลุมพลาง (Trap) ที่ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องหาทางแก้ไข ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากยินดีที่อยู่ในหลุมพลางจากการหลีกเลี่ยงที่จะสร้างโมเดลสินค้าที่ซับซ้อน แต่เลือกที่จะสร้างตัวต่อโมเดลที่ทำง่ายๆ อย่างเช่นผลิตรองเท้า ผลิตเครื่องนุ่งห่ม หรือทำเกษตรกรรม ในขณะที่บางประเทศอย่างเกาหลี/ มาเลเซีย หรือใต้หวันเลือกที่จะออกจากหลุมพลางโดยการต่อโมเดลที่มีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ภายใต้เศรษฐกิจแบบโลกาภิวัตน์ อาจไม่มีความจำเป็นที่ประเทศจะต้องเน้นแต่เพียงการเพิ่มจำนวนของตัวต่อเลโก้ให้มากขึ้นแต่อย่างไร เนื่องจากประเทศอาจเลือกใช้การว่าจ้างผลิต (Outsourcing) โดยการซื้อ (หรือแลกเปลี่ยน) ตัวต่อเลโก้จากประเทศที่มีความชำนาญกว่า แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาประเทศก็คือ ประเทศเหล่านั้นจะสามารถค้นหาทางออกจากหลุมพลางมาผลิตสินค้าที่มีความซับซ้อนและมีความหลากหลายเพิ่มขึ้นได้อย่างไร นอกจากความซับซ้อนในการผลิตแล้ว สินค้า/บริการนั้นจะต้องมีเอกลักษณ์ที่ไม่มีนักต่อเลโก้คนไหนสามารถลอกเลียนแบบได้ คงเป็นการดีถ้าประเทศไทยเราจะสามารถผลิตโมเดลในลักษณะที่กล่าวมานี้ได้
