09 มกราคม 2556

"เหนือเมฆ" จริงๆ


ประเด็นเรื่องการงดออกอากาศของละดรดัง "เหนือเมฆ 2" ยังคงได้รับการกล่าวถึง อย่างแพร่หลาย (แน่นอนในทางด้านลบที่มีต่อรัฐบาลและผู้บริหารช่อง) โดยเฉพาะตามสื่อทาง Social Media ต่างๆ 

วิเคราะห์ได้ง่ายๆ จากผลสำรวจของนิด้าโพลล์ที่พบว่า ประชาชน ร้อยละ 80.22 ดูหรือติดตามข่าวการปลดละครเรื่องเหนือเมฆ 2  ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 19.78 เท่านั้นที่ระบุว่าไม่ได้ติดตาม ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 73.84 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย กับการงดออกอากาศ “ละครเหนือเมฆ” เนื่องจาก เป็นการงดออกอากาศอย่างกระทันหัน ไม่เคารพถึงสิทธิของผู้บริโภคและสื่อ ซึ่งเนื้อหาในละครดังกล่าวมีการสอดแทรกคติสอนใจในเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมได้เป็นอย่างดี (ถึงแม้ว่าจะกระทบทางการเมืองไปบ้างก็ตาม)  อีกทั้งเรื่องราวกำลังสนุก และอยากทราบถึงตอนจบของละคร ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 11.48 ที่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่ามีเนื้อหาที่เสียดสีทางการเมืองที่ตรงเกินไป และยังมีฉากที่ใช้ความรุนแรง เด็กอาจจะนำไปลอกเลียนแบบและทำตามได้ 

ทั้งนี้ประชาชน ร้อยละ 42.03  เชื่อว่ามีการแทรกแซงจากรัฐบาลในการงดออกอากาศ “ละครเหนือเมฆ 2” เพราะละครมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการทุจริตการคอร์รัปชั่นของนักการเมือง รองลงมาร้อยละ 34.29 ยังไม่แน่ใจในข้อเท็จจริงเพราะยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ในหลายกระแส ในขณะที่ร้อยละ 23.68 เชื่อว่าไม่มีการแทรกแซง เพราะ มองว่าเป็นการระงับการออกอากาศของทางสถานีโทรทัศน์เอง เป็นแค่ละครที่สร้างขึ้นมาเท่านั้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันกับรัฐบาล



ในประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ ละครถือว่าเป็น "สินค้าสาธารณะ (Public Goods) อย่างหนึ่ง สินค้าสาธารณะสามารถส่งผลได้ทั้งทางบวกและทางลบต่อสังคม หรือที่เราเรียกว่า "ผลกระทบภายนอก (Externality) ที่ในบางครั้งรัฐต้องเข้ามาแก้ไขและควบคุมถ้าสินค้าชิ้นนั้นส่งผลเสียทางลบ (หรือสนับสนุนถ้่าสินค้าชิ้นนั้นสร้างผลได้ทางบวก) ต่อสังคม

แต่ทว่า การดูละครโทรทัศน์ก็เป็นเพียงการเสพงานศิลปะชนิดหนึ่งเพื่อความบันเทิง ที่บางครั้งก็เป็นการยากที่จะบอกว่า "ความสวยงามและความเหมาะสมของงานศิลปะชิ้นนี้อยู่ที่ตรงไหน" มันขึ้นอยู่กับว่า ใครมีอำนาจที่จะไปกำหนดความสวยงามและความเหมาะสมนั้น (และคนๆ นั้นเปิดกว้างเพียงใด) ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน และในบางครั้งมาตรฐานดังกล่าวก็ยังอยู่สูงกว่ากฎหมายที่กำหนดไว้เสียด้วยซํ้า

ในทางเศรษฐศาสตร์ละครโทรทัศน์ยังเป็นสินค้าที่มีอายุสั้น (Short-Life Cycle) คนดูไปเดี๋ยวสักพักก็ลืม ดูอย่างละครแดจังกึม หนังสมเด็จพระนเรศวร หนังไทยโหมโรง  และละครนํ้าดีอื่นๆ ดูก็ได้ครับ ดูประเดี๋ยวเดียวก็ลืม เช่นเดียวกับ ละครรุนแรงอย่างดอกส้มสีทองหรือแรงเงาเองที่เป็น Talk of the Town ไปช่วงหนึ่ง และก็ลืมๆ กันไป 

จริงๆ ถ้า (ไม่ว่าจะรัฐหรือช่อง) ปล่อยให้ละครออกอากาศไปอีก 2 วัน วันรุ่งขึ้นคนเขาก็ลืมไปหมดแล้ว การแทรกแซงแบบนี้ก็เหมือนกับการบิดเบือนโครงสร้างตลา่ด ยิ่งแทรกแซงมากก็ยิ่งเป็นการสร้าง Dead-weight Loss ให้เกิดขึ้นกับสังคมมากกว่้า อย่างนี้ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า มา"เหนือเมฆ" จริงๆ (อยู่ดีๆ ก็สร้าง Loss ให้ตัวเอง)