มีบทความอันหนึ่งได้มีการแชร์กันผ่านใน
Facebook ซึ่งผมเห็นว่าเป็นบทความที่สนุก
จึงขอตัดบทความนี้ และนำประเด็นทางเศรษฐศาสตร์มาใส่เพิ่มเติมครับ
บทความนี้พูดถึงเรื่องของการปล้นธนาคารในเมืองแห่งหนึ่ง
โจรปล้นธนาคารที่เมืองแห่งหนึ่ง
ตะโกนคำแรกเมื่อชักปืนออกมาว่า "ทุกคนอย่าขยับ เงินเป็นของรัฐ
แต่ชีวิตเป็นของคุณ" ทุกคนนอนอย่างสงบบนพื้น
ไม่มีใครเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องเงินของรัฐ
ในทางเศรษฐศาสตร์ สามารถกล่าวโจรกลุ่มนี้มีลักษณะของนักเศรษฐศาสตร์ นั่นคือเข้าใจในเรื่องของ “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) เขาสามารถกำหนดทิศทางในดำเนินการที่จะสร้างภาระให้กับตนเองได้น้อยที่สุด รวมถึงยังเข้าใจความหมายของคำว่าสินค้าสาธารณะ (Public Goods) และสินค้าส่วนบุคคล (Private Goods)
-------------------------------------------------
ผู้หญิงคนนึงนอนอยู่บนโต๊ะและกำลังจะกรี๊ด ทันใดนั้นโจรตะโกนใส่ผู้หญิงว่า "เรามีวัฒนธรรม ผมมาปล้นแบ๊งค์ ไม่ได้มาข่มขืนคุณ!!"
โจรกลุ่มนี้ยังสะท้อนความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ของตนได้อย่างเด่นชัด โดยเป็นผู้ที่เข้าใจ “ความต้องการ” (Wants) ของตนเอง และทราบว่าอะไรคือสิ่งที่จะตอบสนองความต้องการดังกล่าว (Utility)
-------------------------------------------------
เมื่อโจรกลับถึงฐานลับ โจรวัยรุ่นที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท MBA บอกกับรุ่นพี่โจรว่า "รุ่นพี่ เรามานับเงินกันว่าได้มาเท่าไหร่" แต่รุ่นพี่โจรที่จบเพียงชั้นประถมกล่าวว่า "แกนี่มันโง่มากเลย เงินตั้งเยอะตั้งแนะ จะนับยังไง คืนนี้ทีวีจะบอกเองแหล่ะว่าเราได้มาเท่าไหร่!!"
ทางเศรษฐศาสตร์ เราเรียกสิ่งนี้ว่า "ประสบการณ์" ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ นอกเหนือจากการศึกษาแล้ว ประสบการณ์เป็นตัวแปรที่สำคัญในการกำหนดผลิตภาพของแรงงาน
-------------------------------------------------
เมื่อโจรกลับไปแล้ว ผู้จัดการธนาคารสั่งให้รองผู้จัดการโทรหาตำรวจที่เบอร์ 191 แต่ผู้จัดการธนาคารกลับค้านว่า "เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นๆ โจรเอาเงินไปเท่าไหร่ เรามานับกันก่อน แล้วบอกตำรวจว่าโจรเอาไปมากกว่านั้นอีก 5 ล้าน"
ทางเศรษฐศาสตร์ เราเรียกสิ่งนี้ว่า พฤติกรรมการพยายามแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ (Rent Seeking Behavior) นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักมีสมมติฐานว่าปัจเจกชนในระบบทุนนิยม ทุกคนมีความเห็นแก่ตัวของตนเป็นสรณะ โดยทุกคนมุ่งแสวงหามูลค่าปัจจุบันของกระแสรายได้ที่คาดหวังไว้ และล้วนก่อให้เกิดความสูญเสียของสังคม (social waste) ควบคู่ไปด้วยเสมอ
-------------------------------------------------
ผู้จัดการกล่าวว่า "นั่นสิ จริงๆแล้วถ้ามีโจรมาปล้นธนาคารทุกเดือนก็ดีสินะ"
ในทางเศรษฐศาสตร์สามารถกล่าวได้ถึงตัวอย่างของความล้มเหลวของสถาบัน และนำมาสู่ความล้มเหลวของระบบตลาดตามมา ความล้มเหลวเหล่านี้ก่อให้เกิดการสูญเสีย (โดยใช่เหตุ) ในสังคม
-------------------------------------------------
วันถัดมา ทีวีทุกช่องออกข่าวกันว่ามีโจรปล้นธนาคาร 100 ล้านบาท แต่ว่าโจรที่ปล้นไปนับแล้วนับอีก ไม่ว่าจะนับกี่รอบ ก็นับได้แค่ 20 ล้านบาทเท่านั้น โจรโกรธมากแล้วพูดว่า "เราเสี่ยงตายและปล้นธนาคารออกมาได้แค่ 20 ล้านบาท แต่เจ้าผู้จัดการธนาคารแค่มันหัวไวนิดเดียว มันทำเงินได้ถึง 80 ล้านบาทเลย การศึกษามีดีอย่างนี้นี่เอง"
ทางเศรษฐศาสตร์สามารถสรุปได้ว่า ถึงแม้ว่าประสบการณ์จะมีความสำคัญในการกำหนดระดับของทุนมนุษย์ตามที่กล่าวไว้ก็ตาม แต่ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการศึกษากลับมีอิทธิพลมากกว่าเสมอ ซึ่งความแตกต่างของความรู้ที่ได้รับจากการศึกษานี้มักนำมาสู่ความเหลี่อมล้ำอย่างไม่น่าเชื่อ
-------------------------------------------------
ผู้จัดการธนาคารยิ้มร่าอย่างแรง เพราะว่าอยู่ดีๆเขาก็มีเงินเพิ่มขึ้นถึง 80 ล้านบาท โดยที่เป็นความผิดของโจรปล้นธนาคาร
สิ่งนี้สอนให้เรารู้ว่า ผู้ที่ถือตัวบทกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายคือผู้ที่น่ากลัวที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่มีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจ ที่สามารถแอบดึงเอาทรัพยากรของประเทศเหล่านั้น มาเป็นของตนอย่างง่ายๆ โตไปไม่โกงกันนะครับ
ในทางเศรษฐศาสตร์ สามารถกล่าวโจรกลุ่มนี้มีลักษณะของนักเศรษฐศาสตร์ นั่นคือเข้าใจในเรื่องของ “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) เขาสามารถกำหนดทิศทางในดำเนินการที่จะสร้างภาระให้กับตนเองได้น้อยที่สุด รวมถึงยังเข้าใจความหมายของคำว่าสินค้าสาธารณะ (Public Goods) และสินค้าส่วนบุคคล (Private Goods)
-------------------------------------------------
ผู้หญิงคนนึงนอนอยู่บนโต๊ะและกำลังจะกรี๊ด ทันใดนั้นโจรตะโกนใส่ผู้หญิงว่า "เรามีวัฒนธรรม ผมมาปล้นแบ๊งค์ ไม่ได้มาข่มขืนคุณ!!"
โจรกลุ่มนี้ยังสะท้อนความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ของตนได้อย่างเด่นชัด โดยเป็นผู้ที่เข้าใจ “ความต้องการ” (Wants) ของตนเอง และทราบว่าอะไรคือสิ่งที่จะตอบสนองความต้องการดังกล่าว (Utility)
-------------------------------------------------
เมื่อโจรกลับถึงฐานลับ โจรวัยรุ่นที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท MBA บอกกับรุ่นพี่โจรว่า "รุ่นพี่ เรามานับเงินกันว่าได้มาเท่าไหร่" แต่รุ่นพี่โจรที่จบเพียงชั้นประถมกล่าวว่า "แกนี่มันโง่มากเลย เงินตั้งเยอะตั้งแนะ จะนับยังไง คืนนี้ทีวีจะบอกเองแหล่ะว่าเราได้มาเท่าไหร่!!"
ทางเศรษฐศาสตร์ เราเรียกสิ่งนี้ว่า "ประสบการณ์" ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ นอกเหนือจากการศึกษาแล้ว ประสบการณ์เป็นตัวแปรที่สำคัญในการกำหนดผลิตภาพของแรงงาน
-------------------------------------------------
เมื่อโจรกลับไปแล้ว ผู้จัดการธนาคารสั่งให้รองผู้จัดการโทรหาตำรวจที่เบอร์ 191 แต่ผู้จัดการธนาคารกลับค้านว่า "เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นๆ โจรเอาเงินไปเท่าไหร่ เรามานับกันก่อน แล้วบอกตำรวจว่าโจรเอาไปมากกว่านั้นอีก 5 ล้าน"
ทางเศรษฐศาสตร์ เราเรียกสิ่งนี้ว่า พฤติกรรมการพยายามแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ (Rent Seeking Behavior) นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักมีสมมติฐานว่าปัจเจกชนในระบบทุนนิยม ทุกคนมีความเห็นแก่ตัวของตนเป็นสรณะ โดยทุกคนมุ่งแสวงหามูลค่าปัจจุบันของกระแสรายได้ที่คาดหวังไว้ และล้วนก่อให้เกิดความสูญเสียของสังคม (social waste) ควบคู่ไปด้วยเสมอ
-------------------------------------------------
ผู้จัดการกล่าวว่า "นั่นสิ จริงๆแล้วถ้ามีโจรมาปล้นธนาคารทุกเดือนก็ดีสินะ"
ในทางเศรษฐศาสตร์สามารถกล่าวได้ถึงตัวอย่างของความล้มเหลวของสถาบัน และนำมาสู่ความล้มเหลวของระบบตลาดตามมา ความล้มเหลวเหล่านี้ก่อให้เกิดการสูญเสีย (โดยใช่เหตุ) ในสังคม
-------------------------------------------------
วันถัดมา ทีวีทุกช่องออกข่าวกันว่ามีโจรปล้นธนาคาร 100 ล้านบาท แต่ว่าโจรที่ปล้นไปนับแล้วนับอีก ไม่ว่าจะนับกี่รอบ ก็นับได้แค่ 20 ล้านบาทเท่านั้น โจรโกรธมากแล้วพูดว่า "เราเสี่ยงตายและปล้นธนาคารออกมาได้แค่ 20 ล้านบาท แต่เจ้าผู้จัดการธนาคารแค่มันหัวไวนิดเดียว มันทำเงินได้ถึง 80 ล้านบาทเลย การศึกษามีดีอย่างนี้นี่เอง"
ทางเศรษฐศาสตร์สามารถสรุปได้ว่า ถึงแม้ว่าประสบการณ์จะมีความสำคัญในการกำหนดระดับของทุนมนุษย์ตามที่กล่าวไว้ก็ตาม แต่ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการศึกษากลับมีอิทธิพลมากกว่าเสมอ ซึ่งความแตกต่างของความรู้ที่ได้รับจากการศึกษานี้มักนำมาสู่ความเหลี่อมล้ำอย่างไม่น่าเชื่อ
-------------------------------------------------
ผู้จัดการธนาคารยิ้มร่าอย่างแรง เพราะว่าอยู่ดีๆเขาก็มีเงินเพิ่มขึ้นถึง 80 ล้านบาท โดยที่เป็นความผิดของโจรปล้นธนาคาร
สิ่งนี้สอนให้เรารู้ว่า ผู้ที่ถือตัวบทกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายคือผู้ที่น่ากลัวที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่มีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจ ที่สามารถแอบดึงเอาทรัพยากรของประเทศเหล่านั้น มาเป็นของตนอย่างง่ายๆ โตไปไม่โกงกันนะครับ
