บทความนี้ได้รับเกียรติจาก "คุณคัทลียา
วัฒนธรรมรักษ์" นักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรพัฒนาการเศรษฐกิจ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ได้ไปสังเกตป้ายบอกสถานีของรถไฟฟ้าบีทีเอสเข้า และเกิดคำถามว่าทำไมตัวเลขของสถานีบางสถานีถึงหายไป
พร้อมกับได้ระบุข้อสงสัยไว้ใน Facebook ผมจึงให้โอกาสคุณแคทรียาจึงเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนข้อสงสัยดังกล่าวลงในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์เมื่อวันที่
27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เห็นว่าเป็นบทความที่น่าสนใจจึงขอนำมาให้อ่านกันครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การจราจรติดขัดถือเป็นปัญหาสำคัญในเมืองขนาดใหญ่ๆ ทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพมหานคร
จึงเป็นภาวะจำเป็นที่ประชาชนในเขต กทม รวมถึงตัวผู้เขียนเองเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส
เพราะเป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และราคาไม่แพง โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครหรือที่เราเรียกกันจนติดปากว่า
“รถไฟฟ้าบีทีเอส” (Bangkok
Mass Transit System, BTS) เป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐให้สัมปทานแก่เอกชนทั้งสิ้น
100% เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542
อย่างไรก็ดี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผู้เขียนก็มีโอกาสได้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสตามปกติ
แต่เนื่องด้วยมีคนใช้บริการจำนวนมาก ทำให้ผู้เขียนต้องยืนใกล้กับบริเวณประตูทางขึ้นลงของขบวนรถและได้มีโอกาสเหลือบมองบริเวณเหนือศีรษะที่มีป้ายบอกสถานีต่างๆ
และเพิ่งสังเกตเห็นว่า“มีตัวเลขบางสถานีได้หายไปจากเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอจำนวนทั้งสิ้น
2
สถานี (จากรูปข้างล่าง)
ได้แก่
- 1) สถานีเสนาร่วม (N6) ในเส้นทางสายสุขุมวิท ซึ่งจะยกระดับเหนือถนนพหลโยธิน ปากซอยเสนาร่วม (พหลโยธิน 11) ในพื้นที่เขตพญาไท อยู่ระหว่างสถานีอารีย์ (N5) และสถานีสะพานควาย (N7)
- 2) สผานีศึกษาวิทยา (S4) ในเส้นทางสายสีลม ซึ่งจะยกระดับเหนือถนนสาทรเหนือ-สาทรใต้ ปากซอยสาทร 12 ในพื้นที่เขตบางรักและเขตสาทร อยู่ระหว่างสถานีช่องนนทรี (S3) และสถานีสุรศักดิ์ (S5)
มาถึงตอนนี้แล้วผู้อ่านพอจะนึกออกบ้างหรือเปล่าคะ...คราวหน้าขึ้นรถไฟฟ้าลองสังเกตกันดูนะคะ
ด้วยจิตวิญญาณของความอยากเป็นนักวิชาการ ผู้เขียนจึงเกิดคำถามขึ้นว่าทำไม 2 สถานีนึ้ถึงหายไปทั้งๆ
ที่แรกเริ่มอยู่ในโครงการก่อสร้างที่ทางรถไฟฟ้าบีทีเอสได้รับสัมปทานไปและเลขประจำสถานีก็ยังไม่เรียงกันตามปกติ
ผู้เขียนจึงเริ่มหาคำตอบและได้รับคำตอบจากในเว็บบอร์ด
(web
board) ของทางเว็บไซต์ www.bts.or.thซึ่งได้มีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าจำนวนหนึ่งและมีผู้อาศัยที่อยู่ใกล้เคียงกับสองสถานีดังกล่าวเกิดความสงสัยเช่นเดียวกับผู้เขียนได้ตั้งกระทู้ถาม
ทางเจ้าหน้าที่ของรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ใช้ชื่อว่า “หนูด่วน” ได้มาตอบไว้ สรุปได้ดังนี้ คือ สถานีเสนาร่วมและสถานีศึกษาวิทยาเป็นสถานีในอนาคตที่วางแผนไว้คาดว่าจะทำเพิ่มซึ่งจะต้องมีการสำรวจข้อมูลและสรุปผลหลังจากเปิดให้บริการในเส้นทางปัจจุบันแล้ว
ซึ่งจากข้อมูลสำรวจบริเวณ 2 สถานีดังกล่าวปริมาณของผู้ใช้บริการไม่คุ้มทุนในการดำเนินการก่อสร้างจึงยกเลิกโครงการก่อสร้าง2
สถานีนี้
อย่างไรก็ตามในความคิดเห็นของผู้เขียนคิดว่าคำตอบยังดูไม่สมเหตุสมผล
(อย่างน้อยก็เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์) สักเท่าไรนัก
เนื่องจากการที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการใดโครงการหนึ่งขึ้นมา
(โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่อย่าง BTS นี้) จะต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการ
(Cost Benefit Analysis) เสียก่อน แล้วถึงจะเริ่มดำเนินการ รวมไปถึงการมีโครงการก่อสร้าง การสั่งซื้อรถ
การจ้างงาน จนมาถึงการทำป้ายสถานีดังกล่าว แต่นี่มีการก่อสร้างแล้ว
สั่งทำป้ายสถานีแล้วถึงเพิ่งพบว่าไม่คุ้มค่าในการก่อสร้าง
ฟังเหตุผลแล้วผู้เขียนคิดว่ามันขัดกับทฤษฎีที่เรียนมาอยู่ค่
นอกจากนั้นเมื่อลองพิจารณาอัตราค่าโดยสารระหว่างสถานีที่ทางรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ยกเลิกการก่อสร้างทั้งสองสถานี
พบว่าอัตราค่าโดยกลับไม่ได้หายไป (ลดลง) เหมือนสถานีทั้งสองที่ได้หายไปจากแผนที่ค่ะ
กล่าวคือ หากผู้ใช้บริการเดินทางระหว่างสถานีอารีย์ (N5) ถึงสถานีสะพานควาย (N7) หรือระหว่างสถานีช่องนนทรี
(S3) ถึงสถานีสุรศักดิ์ (S5)
จะต้องเสียค่าโดยสาร 20 บาท ซึ่งจะเท่ากับการเดินทางสองสถานีซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นการเดินทางเพียงสถานีเดียวเท่านั้น
(หากเดินทางเพียงสถานีเดียว เช่น สถานีอ่อนนุชถึงสถานีพระโขนง เสียค่าโดยสารเพียง 15
บาท แสดงว่าผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เดินทางระหว่างสถานีอารีย์ถึงสถานีสะพานควายหรือระหว่างสถานีช่องนนทรีถึงสถานีสุรศักดิ์ถูกเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้ารวมกับสถานีที่ถูกยกเลิกไปตลอด
13 ปีที่ผ่านมา
สุดท้ายนี้ผู้เขียนอยากจะขอตั้งคำถามทิ้งท้ายสั้นๆ ไว้
2 คำถาม หนึ่ง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เดินทางระหว่างสถานีอารีย์ถึงสถานีสะพานควายหรือระหว่างสถานีช่องนนทรีถึงสถานีสุรศักดิ์ควรจะถูกเก็บค่าโดยสารตามความเป็นจริงเพียงสถานีเดียว
ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในวันที่ 1 มิถุนายน สอง ทำไมโครงการขนาดใหญ่อย่างนี้ถึงมีการทำป้ายสถานีต่างๆ
ก่อนที่จะมีการวิเคราะห์โครงการ (ซึ่งจริงๆ
ควรที่จะมีการวิเคราะห์โครงการเสียก่อนถึงจะตัดสินใจทำป้าย) โดยป้ายตัวเลขสถานีที่หายไป
ถ้าไม่เปลืองงบประมาณมากก็พิมพ์ใหม่เถอะค่ะ เดี๋ยวคนต่างชาติเขาจะหัวเราะเอา

