27 กรกฎาคม 2556

จัดระบบการศึกษาเพื่อสนับสนุน "เศรษฐกิจสร้างสรรค์"

การจะสามารถขับรถไปยังจุดมุ่งหมายได้อย่างปลอดภัยนั้นจำเป็นต้องมี "ผู้ขับที่มีความรู้" รู้จักเส้นทาง และรู้จักเครื่องยนค์ที่ตัวเองจะใช้

 เศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งความคิดสร้างสรรค์นั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้เอง แต่ต้องผ่านกระบวนการของการพัฒนาทุนมนุษย์

ในทฤษฎีของทุนมนุษย์ (Human Capital Theory) การศึกษามีบทบาทสำคัญต่อการผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพออกสู่สังคม และส่งต่อไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสวัสดิการของประเทศในระยะยาว

 จากงานศึกษาของ อ.ชัยวัฒน์ แก้วพันงาม อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ ดร.รับขวัญ ธรรมาภรณ์พิลาศ จากกระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำการศึกษาถึงแนวทางในการจัดการระบบการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมของผู้เรียนไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และได้ตีพิมพ์งานศึกษาดังกล่าวไว้ในวารสาร NIDA Economic Review เล่มที่ 7 ฉบับที่ 1



งานวิจัยได้เริ่มจากการอธิบายถึงความสำคัญของภาคการศึกษาในการทำหน้าที่เป็นผู้สร้างระบบความคิด โดยความคิดสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์สามารถจำแนกออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. Technological Creativity (Innovation) การพัฒนา ค้นพบเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้เกิดเครื่องมือ หรือปัจจัยทุนที่มีศักยภาพสูงขึ้น สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิต
  2. Economic Creativity (Entrepreneurship) ความคิดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการทั้งการพัฒนาองค์กร การคิดค้นการประกอบธุรกิจแนวใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ด้านการประกอบการจะช่วยเพิ่มสัดส่วนของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระบบเศรษฐกิจ
  3.  Artistic Creativity (Cultural Creativity) ความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และเป็นประโยชน์ในการเผยแพร่สินค้าให้เป็นที่รู้จัก


 งานศึกษาดังกล่าวได้ทำการศึกษาเชิงเปรียบเทียบกับระบบการศึกษาในประเทศอังกฤษ ประเทศเนเธอร์แลนค์ และประเทศเกาหลีใต้โดยพบว่า
 โดยทั่วไปแล้ว นักการศึกษาจะให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ที่เป็น “Ordinary Creativity” ที่สามารถพัฒนาได้จากการเรียนการสอนมากกว่าความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นลักษณะของพรสวรรค์ดังนั้นการบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในชั้นเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องสนับสนุนให้ทั้งผู้สอนและผู้เรียนคำนึงถึงผลกระทบของความคิดทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่น โดยชั้นเรียนควรประกอบด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย

ทั้งนี้ กระบวนการเรียนการสอนในแบบที่ช่วยสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้เรียน มีลักษณะที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่

1) เป็นการเรียนการสอนที่ตรงกับความต้องการและความสนใจของผู้เรียน

2) ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง

3) ผู้เรียนเป็นผู้ควบคุมกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่การเรียนรู้ตามคำสั่ง

4) มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นจากการเรียน อาจจะเป็นทักษะใหม่ ความรู้ใหม่ หรือความเข้าใจใหม่

จากลักษณะสำคัญ 4 ประการจะพบว่าการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์ (Creative Learning & Creative Teaching) มีหลักเกณฑ์สำคัญอยู่ที่เสรีภาพทางความคิดของผู้เรียน เป็นการเรียนการสอนที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และสามารถใช้ได้ในทุกสาขาวิชา

อย่างไรก็ดี การส่งเสริมระบบการเรียนการสอนให้คนเกิดความคิดสร้างสรรค์อาจจะทำได้ยากในทางปฏิบัติเนื่องจาก ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยบุคคลเดียว อย่างน้อยความคิดนั้นต้องเป็นที่ยอมรับของคนในแวดวง หรืออีกนัยหนึ่งต้องมีกลุ่มคนที่ตัดสินว่าความคิดนั้นมีคุณค่าพอที่จะนับว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์หรือไม่

ปัญหาที่ยังคงมีอยู่และเป็นที่วิตกกังวลของภาคการศึกษาและภาคธุรกิจของ ประเทศไทยก็คือ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างความต้องการกำลังคนและการผลิตกำลังคนของประเทศ ปัญหาความไม่สอดคล้องนี้เกิดขึ้นในหลายสาขาวิชา อาทิ สาขาคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ เนื่องจากการขยายตัวของสถาบันอุดมศึกษาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาที่ซ้ำกันออกมามากเกินไป นอกจากนั้นยังมีความไม่สอดคล้องกันด้านคุณภาพ คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับต่างๆ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการได้

ดังนั้น การพัฒนาทรัพยาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศเพื่อตอบสนองต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงไม่สามารถกระทำได้จากภาคการศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว โดยการพัฒนาในตลาดแรงงานจากการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในระหว่างทำงาน (On-the Job Training) มีบทบาทสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ของทรัพยากรบุคคลจากสถาบันการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมนอกจากนี้ ภาครัฐและภาคเอกชนจำเป็นต้องร่วมมือกันในการออกแบบหลักสูตรและให้ใบรับรองที่รับประกันจากภาคอุตสาหกรรม ในภาพรวมแล้ว นโยบายเพื่อสนับสนุนการ การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Life-Long Learning)จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอันจะเป็นกุญแจสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์