02 สิงหาคม 2556

สร้าง "ความมุ่งมุ่น" และ "ความลุ่มหลง" (Passion) สำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ถึงแม้ว่าปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาในบทความก่อนหน้านี้จะเป็นรูปแบบที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ตาม แต่จริงๆ แล้ว ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นกับ "คนกล้าที่จะคิดต่างจากคนอื่น" "คนกล้าที่จะเลิกยึดติดกับกรอบเก่าๆ" "คนกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น

หลายครั้งที่คนที่มีความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้นจะเลือกที่จะ "ทำตามหัวใจของตัวเอง" มากกว่าที่จะทำตามเหตุผล และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองลุ่มหลง และเปลี่ยนความลุ่มหลงนั้นให้เป็น "ความมุ่งมั่น" ที่จะสร้างพลังขับเคลื่อนออกมา

ความมุ่งมั่นและพลังผลักดันเปรียบเสมือนกับ "นํ้ามันเครื่องชนิดพิเศษ" ที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนรถยนต์แห่งการพัฒนาประเทศนี้สามารถถูกขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างควงามสุขแก่คนขับไปพร้อมๆ กัน


งานศึกษาของ ผศ.ดร.วาสิตา บุญถาวร จากคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ได้ทำการศึกษาถึงแนวทางการ "สร้างความมุ่งมั่น" และพลังขับเคลื่อนทั้งในระดับบุคคล ในระดับองค์กร และในระดับประเทศ อันจะเป็นปัจจัยสำคัญให้คนในสังคมมีความมุ่งมั้นและพลังในการขับเคลื่อน

จากการเก็บข้อมูลจากพนักงานทั่วไปและพนักงานที่เป็นคนเก่งในองค์กรเอกชนในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นพนักงานทั่วไปจำนวน 365 คนพบว่า ระดับความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนองค์กรเฉลี่ยของพนักงานทั่วไปโดยรวม อยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง โดยเมื่อพิจารณาแต่ละด้านพบว่า ด้านการมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ ด้านความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ลำดับที่สามคือการทุ่มเทสร้างผลงานที่เป็นเลิศในลำดับถัดมาคือด้านการระลึกถึงองค์กรในทางบวก และท้ายสุดคือด้านความรักและปรารถนาจะเป็นสมาชิกขององค์กร นอกจากนี้ การศึกษายังจำแนกความแตกต่างระหว่างพนักงานทั่วไปกับพนักงานที่มีความเก่ง (Talent) และได้ผลว่า ระดับความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนองค์กรของพนักงานทั้งสองกลุ่มอยู่ในช่วงปานกลางค่อนข้างสูงและมีค่าที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่า ความต้องการหลัก 5 ประการที่บุคลากรยินดีที่จะได้รับเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างพลังและแรงขับเคลื่อนได้แก่

1. ความต้องการได้รับการยอมรับและให้เกียรติ
โดยจำเป็นต้องสร้างการยอมรับและเห็นคุณค่า ในคนทุกคนว่ามีศักยภาพที่จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและการบริการ รวมถึงมีโครงการที่สนับสนุนให้รางวัลและ ยกย่องชื่นชมการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม นอกจากนี้ ควรมีการเปิดโอกาสและเปิดใจรับ ความคิดกระบวนการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เกี่ยวกับนวัตกรรมจากประชาชน เช่น การออกไปพบปะประชาชน และมีความคงเส้นคงวา จากการสื่อสารอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมว่าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นประชาชนต้องทำอย่างไรรัฐมีความคาดหวังอะไรบ้างรวมถึงความซื่อสัตย์ โปร่งใสในสิ่งทุกสิ่งที่พูดและทำ โดยแสดงให้ประชาชนเห็นว่ารัฐพยายามอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้

2. ความต้องการเรียนรู้ และเติบโต
ในด้านความต้องการเรียนรู้และเติบโตนั้น สังคมต้องกระตุ้นให้เกิดความต้องการเรียนรู้และสร้างรากฐานและปลูกฝังความสามารถด้านการคิดและสร้างสรรค์ในระบบการศึกษา ทั้งในแง่ระบบการศึกษาที่ช่วยให้คนเห็นความสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์รวมถึงการสร้างเสริมให้คนมีความคิดสร้างสรรค์

3. ความต้องการความรู้สึก “เป็นคนใน”
ความรู้สึกเป็นคนใน ทวีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนในระดับชาติ หากต้องการให้คนอุทิศตน ทุ่มเท แรงกายแรงใจในการสนองตอบต่อนโยบายเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ที่รัฐบาลกำหนด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างอารมณ์ความรู้สึกชาตินิยมและผูกพันกับประเทศไทยอย่างแรงกล้า ดังเช่นประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีที่มีความโดดเด่นในด้านเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ จะเห็นว่าประชาชนในชาติมีความรักชาติ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง รู้สึกว่าตนคุณค่า และมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของรัฐบาลอย่างเต็มที่

4. ความต้องการทำงานที่มีคุณค่า
สังคมสามารถตอบสนองความต้องการในด้านนี้จากการสร้างความรู้สึกดีที่จากการได้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไม่เฉพาะแค่มีประโยชน์ต่อตนเอง แต่มีประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้โดยการสื่อสารให้คนในชาติเข้าใจถึงความสำคัญและเป้าหมายของการขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ในลักษณะที่ทำให้คนรู้สึกว่า การผลิตสินค้าและบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มตามนโยบายเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์นั้น สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตนเอง องค์กร หรือประเทศชาติอย่างไร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยกระดับความรู้สึกของพนักงานไปสู่ความผูกพัน และความรับผิดชอบในงานที่ตนสร้างสรรค์มากขึ้น นอกจากนั้น รัฐบาลยังต้องสื่อสารให้เห็นความเชื่อมโยงของสิ่งที่คน องค์กร ชุมชนทำกับเป้าหมายของชาติให้มีความชัดเจนซึ่งจะสร้างความรู้สึกถึงคุณค่าในสิ่งที่ทำและภาคภูมิใจว่าตนสามารถสร้างความแตกต่างและทวีความรู้สึกมุ่งมั่นและมีพลังขับเคลื่อนในสิ่งทำ

5. ความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ประสบความสำเร็จ
ในส่วนความต้องการในระดับที่สูงสุดนั้นจะได้รับการตอบสนองก็ต่อเมื่อคนในทีม องค์กร ชุมชน สังคม รวมไปถึงคนในชาติร่วมมือทำงานประสานกันเป็นอย่างดี ทักษะต่างๆ ทั้งหมดข้างต้นมาผนวกไว้ด้วยกัน ถึงแม้ภาครัฐจะต้องอาศัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มากก็ตามแต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการที่คนมีวิญญาณแห่งการทำงานเป็นทีมจะก่อให้เกิดความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนในระดับที่สูง รัฐบาลสามารถช่วยเร่งระดับความสำเร็จได้โดย การสื่อสารเน้นย้ำให้เห็นคุณค่าในการสนับสนุนให้องค์กรประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และต้องกระตุ้นให้คนเกิดความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ควรมีการฉลองความสำเร็จทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อเป็นกำลังใจและสร้างความภูมิใจให้คนในชาติ

ในด้านของสังคม งานวิจัยดังกล่าวจะเห็นว่า ค่านิยมอันดับหนึ่งที่สำคัญที่สุดของคนไทยคือเรื่องการรักษาหน้าของทั้งตนเองและผู้อื่นซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมที่หลากหลายทั้งที่ดีและไม่ดี ในส่วนที่ดีก็จะช่วยรักษาสัมพันธ์ภาพที่ดีไว้ได้ แต่ในส่วนที่เป็นอุปสรรคต่อนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็มีอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการที่คนไทยมักจะไม่กล้าเสนอความคิดเห็นในที่ประชุม หรือการที่สร้างภาพลักษณ์ที่สวยหรูแม้เนื้อหาจริงๆ อาจไม่ได้เป็นอย่างภาพที่เสนอออกมา (Form over content) ดังสำนวนไทย “ผักชีโรยหน้า”

วัฒนธรรมทางลบที่เป็นอุปสรรคต่อนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือการที่ คนไทยไม่ค่อยกล้าเสนอความคิด กลัวความผิดพลาด จึงทำให้ลังเลที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีผู้ที่มีอาวุโสในทางวัยวุฒิ คุณวุฒิ หรือ ตำแหน่งอยู่ด้วยแล้ว ความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนที่จะเสนอความคิด ใหม่ๆ ยิ่งถูกลดทอน

ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการถกเถียงพูดคุยและหาทางออกใหม่ๆ ร่วมกันซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่มีคุณภาพ แต่เนื่องจากหากมีความคิดที่แตกต่างหรือหากมีผู้ที่เห็นไม่ตรงกัน ปกติแล้วคนไทยส่วนใหญ่ก็อาจเลือกที่จะรักษาความสัมพันธ์ไว้ดีกว่าที่จะหาข้อยุติที่เป็นประโยชน์สูงสุดแต่ต้องเสียมิตรภาพไป แต่การที่คนไทยมีลักษณะที่ยืดหยุ่นถือว่าเป็นข้อดีที่ทำให้หาทางออกและข้อสรุปไม่ยากนักแต่หากยืดหยุ่นจนลืมที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิ หรือความคิดของตนเองอาจไม่ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุดก็ได้

คนไทยส่วนใหญ่นั้นเชื่อในการศึกษาและความสามารถดังนั้นหากบรรจุเรื่อง นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์และปลูกฝังให้คนมีความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนในระบบการศึกษาก็จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ดียิ่งขึ้น คนไทยเชื่อในการพึ่งพาอาศัยกัน คนไทยชอบอะไรที่สนุกสนานจะเห็นได้ว่าเมื่อมีงานรื่นเริงต่างๆคนไทยจะไม่พลาดที่จะร่วมสนุกดังนั้นหากมีการสอดแทรกความสนุกสนานในการทำกิจกรรมต่างๆให้เห็นว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่สนุก และเชื่อมโยงสู่ความสำเร็จที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปถึงที่หมายเร็วขึ้น

การพัฒนาความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งหากต้องการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน ซึ่งจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดความสุขโดยตรงต่อบุคคลผู้ที่มีความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อน เนื่องจากการที่ได้ทำสิ่งที่รักและมีความสุขกับสิ่งที่ทำ ย่อมก่อให้เกิดความสุขต่อตัวบุคคลนั้นๆ และยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มความสามารถ เพราะบุคคลที่มีความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนย่อมไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการทำสิ่งใดสิ่งนั้น คนจำนวนไม่น้อยมีความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนในระดับที่สูง ในขณะที่บางคนก็ต้องการแรงกระตุ้นและปัจจัยที่ช่วยส่งเสริม ปัจจัยต่างๆ ที่นำไปสู่ความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อนมีหลากหลาย หากองค์กรและรัฐบาลสามารถสร้างเสริมปัจจัยต่างๆเหล่านี้ให้เหมาะกับค่านิยมแบบไทย การขับรถมุ่งไปสู่จุดหมายของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็คงจะไปได้เร็วขึ้นจาก “น้ำมันเครื่องชนิดพิเศษ" ที่เรียกว่า ความมุ่งมั่นและพลังขับเคลื่อน” (Creative Passion)