การศึกษามีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ โดยในระดับบุคคล (Individual Data) คนที่มีการศึกษาสูงขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะมีรายได้จากการทำงานที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยแนวทางการประมาณการผลได้จากการศึกษา (Return on Education) ในลักษณะนี้มักจำทำโดยการใช้สมการมินเซอร์ (Mincerian Equation) โดยเป็นการประมาณหาความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาทางด้านทุนมนุษย์ต่างๆ อันส่งผลต่อการพัฒนาทางด้านทักษะทางปัญญา (Cognitive Skill) ต่อรายได้ที่สูงขึ้นเมื่อบุคคลเหล่านั้นสำเร็จการศึกษาและเข้าสู่ตลาดแรงงาน
อย่างไรก็ดี งานศึกษาทางด้านเศรษฐศาสตร์แรงงานและเศรษฐศาสตร์การศึกษาเริ่มให้ความสำคัญของการมี ทักษะทางด้านพฤติกรรม (Non-Cognitive Skill) โดยงานศึกษาเหล่านี้ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ทักษะทางด้านพฤติกรรมเองก็มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการประกอบสัมมาอาชีพเช่นเดียวกับทักษะทางด้านปัญญา (Cognitive Skill)
ทักษะด้านพฤติกรรม (Non Cognitive Skill) หมายถึง ทักษะอื่นๆ นอกเหนือจากทักษะทางปัญญา อันบ่งบอกถึงพฤติกรรมและทักษะการดำเนินชีวิต (Life Skill) ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางอารมณ์ ทักษะในการเข้าสังคม ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะในการเข้าใจผู้อื่น ความมุ่งมั่น และการมองโลกในแง่บวก เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ทักษะดังกล่าวค่อนข้างยากในการวัดออกมาเป็นค่าที่แน่นอน โดยทักษะทางพฤติกรรมเหล่านี้มีความสำคัญต่ออาชีพการงานของแต่ละคนที่แตกต่างกัน และเป็นสิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ ในหลายๆ อาชีพ ทักษะทางด้านพฤติกรรมกลับมีความสำคัญมากกว่าทักษะทางปัญญา
งานศึกษาของ Heckman, et.al. (2006) เป็นงานศึกษาหลักที่มีการกล่าวถึงกันมากที่สุด ที่อธิบายถึงผลกระทบของทักษะทางปัญญาและทักษะทางพฤติกรรมต่อความสำเร็จในตลาดแรงงาน โดยผลจากการศึกษาพบว่า นอกจากทักษะทางพฤติกรรมจะส่งผลความสำเร็จในการทำงาน อันส่งผลทำให้บุคลากรดังกล่าวได้รับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น ทักษะพฤติกรรมเองก็ยังเป็นตัวกำหนดทักษะทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็น การเข้าเรียน ความขยันหมั่นเพียร รวมไปถึงการเลือกอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับงานศึกษาของ Brunello and Schlotter (2011) ที่พบว่า ทักษะทางพฤติกรรมที่ดีจะส่งผลต่อความสำเร็จทางด้านการเรียน อันนำมาสู่ทักษะทางปัญญาที่สูงขึ้น และในท้ายที่สุดก็จะส่งผลต่อความสำเร็จในหน้าที่การงานตามมา
ในกรณีของประเทศไทย งานศึกษาของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จงรักษ์ หงส์งาม จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีชื่อว่า Effects of Cognitive Skill and Non-Cognitive Skills on Earning Outcomes: A Case of Kornkaen Province of Thailand ซึ่งได้ตีพิมพ์งานศึกษาดังกล่าวไว้ในวารสาร NIDA Economic Review ได้ต่อยอดแนวความคิดของสมการมินเซอร์ (Mincerian Equation) ที่แต่เดิมจะใช้วัดผลตอบแทนทางการศึกษา (Education Return) ในรูปแบบของรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ได้เพิ่มตัวแปรทางจิตวิทยา (แทนบุคลิกลักษณะ) เข้าไปในสมการรายได้ โดยผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่ประกอบอาชีพในภาคอุตสาหกรรมและบริการในเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 7 สาขาอาชีพ โดยผลการศึกษาพบว่าเมื่อเติมตัวแปรด้านบุคลิกลักษณะแล้ว ตัวแปรด้านบุคลิกลักษณะที่ส่งผลต่อรายได้ ได้แก่ การเชื่อในอำนาจแห่งตน และ การภาคภูมิใจในตน โดยเมื่อมีตัวแปรเหล่านี้ในสมการรายได้แล้วยังส่งผลที่ลดลงต่ออำนาจการอธิบายของตัวแปรทักษะทางสติปัญญา (Cognitive Skills) อย่างเช่นระดับการศึกษา หรืออีกในหนึ่งก็คือ ทักษะด้านอื่นๆ ทางสติปัญญา (Non-Cognitive Skills) มีความสัมพันธ์ทางบวกต่อการหารายได้ที่สูงขึ้น อันส่งผลทำให้เกิดการบิดเบือนไปทางด้านมาก (Over-Biased) ในสมการมินเซอร์ที่ใช้แต่เพียงทักษะด้านสติปัญญามาคิดแต่เพียงด้านเดียว ดังนั้นการระบบการศึกษาในปัจจุบันจึงควรที่จะไม่เน้นเฉพาะแต่เพียงการสร้างทักษะด้านสติปัญญาเท่านั้น แต่ควรเน้นพัฒนาทักษะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทางด้านสติปัญญาควบคู่กันไป
