04 มกราคม 2559

แรงงานในประชาคมอาเซียน:โอกาสและความท้าทาย

หลังจากได้มีการจัดเสวนา ศึกษาวิจัย งานประชุม และอื่นๆ อีกมาก โดยเฉพาะในยุครัฐบาลชุดก่อน และแล้วประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) ก็ได้นับหนึ่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ และเงินทุนที่เสรีขึ้น ปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน (Declaration of ASEAN Concord II หรือ Bali Concord II) ปี 2546 ยังเห็นชอบให้มีการจัดตั้ง "ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)" ภายในปี พ.. 2563 (.. 2020) ซึ่งประชาคมอาเซียนนี้นอกจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้วยังประกอบไปด้วยอีก 2 เสาหลัก (pillars) ได้แก่ 1. ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community–ASC) และ 2. ประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community-ASCC)

เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ประเทศในกลุ่มอาเซียนมี เป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทั้งระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การปกครอง ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรม เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ  มีความแตกต่างในระดับของการพัฒนามากที่สุด  ดังนั้นการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจึงมีความท้าทายมากกว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอีกหลายเท่าตัว



ถ้าจะเลือกประเด็นที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับประชาคมทั้ง 3 ด้าน (AEC, ASC, และ ASCC) แล้วต้องยอมรับการประเด็นทางด้าน "แรงงาน" เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเพราะเกี่ยวข้องกับแรงงานในฐานะที่เป็นปัจจัยการผลิต (Factor of Production) โดยเฉพาะในมิติของการเคลื่อนย้ายแรงงาน (Migration)  ของวิชาชีพหลักๆ 8 วิชาชีพได้แก่ หมอ พยาบาล ทันตแพทย์ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ช่างสำรวจ และวิชาชีพการท่องเที่ยว

ในขณะที่ในด้านของพิมพ์เขียวของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC Blueprint) 2009-2015 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านแรงงานและการจ้างงานได้แก่ 1) ลงทุนเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  , 2) สนับสนุนงานที่มีคุณค่า (promotion of decent work) ซึ่งหมายถึงงานที่สามารถตอบสนองความต้องการเกี่ยวกับชีวิตการทำงานของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็น การมีโอกาสและรายได้ การมีสิทธิในด้านต่าง ๆ (rights) การได้แสดงออก (voice) การได้รับการยอมรับ (recognition) ความมั่นคงของครอบครัว (family stability) การได้พัฒนาตนเอง (personal development) การได้รับความยุติธรรม (fairness) และการมีความเท่าเทียมทางเพศ (gender equality), และ 3) เสริมสร้างทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ (Strengthening entrepreneurship skills) ให้ผู้หญิง เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ

ในขณะที่ทางด้านพิมพ์เขียวของประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน(APSC Blueprint) จะเน้นส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสร้างขีดความสามารถในพื้นที่ภายหลังความขัดแย้ง, เสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือประเด็นปัญหาสำคัญความมั่นคงรูปแบบใหม่โดยเฉพาะเรื่องการ ต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและความท้าทายข้ามแดนรวมถึงการค้ามนุษย์ ซึ่งประเด็นดังกล่าวล้วนเกี่ยวข้องกับตลาดแรงงานแทบทั้งสิ้น

ดังนั้น ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนโดยสมบูรณ์แบบ ประเทศสมาชิกจำเป็นต้องก้าวข้ามความสนใจเพียงแค่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ควรให้ความสนใจกับอาเซียนมากกว่า รวมไปถึงเรื่องต่างๆ อีกจำนวนมากที่เป็นเรื่องสำคัญ กระทบกับคนหมู่มากของประเทศ แต่กลับไม่ได้ถูกนำเข้ามาพูดคุยในกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เช่น แนวทางการในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติที่มีทักษะต่ำ มาตรฐานการคุ้มครองแรงงานระหว่างประเทศ การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานร่วมกัน  รวมไปถึงการพิจารณาปรับกฎระเบียบภายในของประเทศสมาชิกอาเซียนให้สอดคล้องกันเพื่อเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายบุคลากรระหว่างกัน

นอกจากนี้  การเตรียมความพร้อมคนไทยสู่พลเมืองอาเซียน ต้องเตรียมพร้อมให้แรงงานไทย

  1. เห็นประโยชน์ของอาเซียน (โดยเฉพาะอาเซียนทางบกซึ่งได้แก่กลุ่มประเทศ CMLV) และพยายามเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมซึ่งจำเป็นในการติดต่อสื่อสารและดำเนินธุรกิจการค้า
  2. ปรับกระบวนการทำงาน ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ยอมรับความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม และยอมรับในความหลากหลายที่จะเกิดมากขึ้นในอนาคต
  3. ภาคการศึกษาจำเป็นในการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ASEAN  
  4. ปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรและสิ่งจูงใจการทำงาน อาทิ เงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ ฯลฯ เพื่อรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ในองค์กร
  5. เปิดรับการรับพนักงานต่างชาติ ผ่อนคลายกฎระเบียบบางอย่างที่ไม่จำเป็น (เช่นการสอบใบประกอบวิชาชีพที่ต้องใช้ภาษาไทย) เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศ และสามารถดึงดูดแรงงานวิชาชีพที่มีความสามารถ (Talent Professionals) ให้มาทำงานในประเทศไทยได้มากขึ้น และส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีคุณค่าระหว่างกัน

และในระยะยาว เนื่องจากภาคธุรกิจมีส่วนสำคัญต่อการจ้างงาน ภาครัฐควรกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Direction) ของประเทศให้ชัดเจน เช่น บริษัทไทยควรจะไปลงทุนในประเทศต่างประเทศในอุตสาหกรรมใดและจะมีการจ้างแรงงานในประเทศนั้นๆ อย่างไร หรือจะเน้นการลงทุนในประเทศในอุตสาหกรรมใดและเลือกใช้แรงงานจากต่างประเทศหรือไม่และเป็นจำนวนเท่าใด ทั้งนี้การกำหนดยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะช่วยให้การบริหารจัดการแรงงานภายใต้ประชาคมอาเซียนมีประสิทธิภาพขึ้