แนวคิดเกิดจากว่าปลาคราฟหลากหลายสายพันธ์ที่บ้านของผมไม่เชื่อง เวลาให้อาหารมันกลับว่ายหนี หรือต้องรอให้เราไปก่อนถึงแอบขึ้นมากิน
Case ปลาคราฟที่บ้านไม่เชื่องนี่เป็นกรณีศึกษาที่ผมนำไปสอนในวิชา "เศรษฐศาสตร์บันเทิง (Entertainment Economics) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาหนึ่งที่ชือว่า Bandwagon Effect หรือผลกระทบจากการแห่ตามๆ กัน ทฤษฎีนี้อธิบายว่าคนเราไม่ได้มีเหตุมีผลอย่างที่คิด คนมีแนวโน้มในการเลือกบริโภคอะไรสักอย่างที่คนส่วนใหญ่เค้าชอบกัน ไม่ได้คิดเอง แค่ทำไปตามกระแสนิยม เช่นเห็นคนใช้กระเป๋าแบรนด์นี้ก็ใช้ตาม คนชอบดูหนังเรื่องนี้ก็ดูตาม คนใช้นาฬิกายี่ห้อนี้ก็ใช้ตาม คนซื้อหุ้นตัวนี้ก็ซื้อตาม คนอื่นชอบทีมฟุตบอลนี้ก็ชอบตาม หรือคนอื่นๆ ชอบพรรคการเมืองนี้ก็ชอบตาม (โดยไม่ไปดูว่าพรรคนี่ดีจริงมั้ย)
คนเป็นสัตว์สังคม และต้องการการถูกยอมรับจึงมีแนวโน้มในการเลือกให้เหมือนคนอื่นๆ เพื่อให้มีการยอมรับเข้ากลุ่ม ดังนั้นในการตลาดจึงพยายามหา "ผู้นำ" กลุ่มที่เป็นที่ยอมรับเพื่อจะเป็นคนนำให้คนอื่นๆ ทำตาม เช่น จ้าง presenter ดังๆ หาฐานเสียงจากพวกผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้าน ปั่นหุ้นให้เป็นกระแส ทำเรื่อง review ดังๆ เป็นต้น
กลับมาที่ปลาคราฟ ปลาคราฟเองก็เป็นสัตว์สังคมด้วยเช่นกัน ปลาคราฟชอยที่จะอยู่เป็นกลุ่ม และถ้ามีปลาตัวไหนกล้าขึ้นมากิน ตัวอื่นก็จะขึ้นตาม
การแก้ปัญหาแบบเศรษฐศาสตร์ในการทำให้ปลาคราฟเชื่องก็คือ การประยุกต์หลักการณ์ bandwagon efffect ( หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Penguin Effect) มาใช้กับปลาคราฟที่บ้าน โดย "การหาปลาผู้นำฝูง" มาเป็นปลาตัวแรกที่จะขึ้นมากินอาหาร และปลาตัวอื่นๆ ก็จะว่ายตามขึ้นมากิน
ว่าแล้วตกเย็นวันอาทิตย์ผมก็ไปซื้อปลาผู้นำมาสองตัว ซึ่งก็คือ 1. ชากอยเขียวกินริน และ 2. ชากอยแดง (ตามรูป) ปลาพันธ์นี้ไม่สวยเท่าพันธ์อื่นแต่เป็นปลากินเก่งมาก ไม่กลัวอะไรขอกินไว้ก่อน (จึงมักตัวใหญ่กว่าพันธ์อื่น) และเมื่อสองตัวนี้ขึ้นมากิน ปลาตัวอื่นๆ ก็แห่ตามมา ปัญหาปลาไม่เชื่องก็สามารถแก้ไขได้ด้วยหลักการณ์ง่ายๆ ทางเศรษฐศาสตร์
จากรูปยังมี "อาก้ามัจจึบะ" สีแดงสุดสวยมาเพิ่มอีกตัวด้วยครับ เศรษฐศาสตร์ใช้แก้ปัญหาชีวิตได้ทุกเรื่องจริงๆ ครับ
