บทความนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ช่วยศาสตราจารย์
ดร.พีระยุทธ เจริญสุขมงคล จากวิทยาลัยนานาชาติ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ที่ได้กรุณานำงานวิจัยของอาจารย์มานำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่ายขึ้น
ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ
----------------------------------------------------------------------------------------
ปัจจุบันนี้การเซลฟี่ (Selfie) หรือการถ่ายรูปตัวเองผ่านทางโทรศัพท์มือถือจัดได้ว่าเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ระบาดกันในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทุกเพศและทุกวัยคนที่ชอบเซลฟี่โดยปกติแล้วมักจะนำรูปที่ตนถ่ายมาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งรูปที่เลือกนำมาเผยแพร่ก็มักจะต้องผ่านการคัดกรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนนอกจากนั้นผู้ถ่ายเซลฟี่ก็มักจะต้องแต่งรูปของตนผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือให้ดูงดงามเหนือความเป็นจริงเพื่อสร้างความประทับใจและสร้างกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ที่มาพบเห็นและด้วยเหตุผลนี้เองการเซลฟี่จึงเปรียบเสมือนกับช่องทางของคนสมัยนี้ในการใช้สร้างภาพลักษณ์และนำเสนอตัวตนให้กับสังคมได้รู้จักได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ววิธีหนึ่ง
อย่างไรก็ดีแม้ว่าการเซลฟี่จะมีประโยชน์ในด้านการสร้างภาพลักษณ์และนำเสนอตัวตนต่อสังคมแต่ความชื่นชอบการเซลฟี่ที่มากจนเกินไปและอดไม่ได้ที่จะต้องเซลฟี่ตลอดเวลาจนติดเป็นนิสัยก็อาจสะท้อนถึงอุปนิสัยและทัศนคติบางประการที่อาจจะไม่ดีทั้งต่อตัวเราเองและคนรอบข้างงานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงทัศนคติในด้านลบที่อาจสัมพันธ์กับการชื่นชอบการเซลฟี่ในกลุ่มวัยรุ่นโดยภาพรวมแล้วผลจากข้อมูลทางสถิติที่เก็บจากกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาในกรุงเทพมหานครพบว่าคนที่มีความนิยมชมชอบการถ่ายเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจนั้นมีการแสดงออกถึง
ทัศนคติในด้านลบสี่ประการ ซึ่งได้แก่
1) ความหลงตัวเอง,
2) การชอบเรียกร้องความสนใจ,
3) การคิดถึงแต่ตัวเอง และ
4)ความรู้สึกเหงาเดียวดาย
ประการแรก
ผลจากการวิจัยพบว่า การชอบเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจนั้นสะท้อนถึงความหลงตัวเองและการเป็นคนชอบเรียกร้องความสนใจของคนที่ชอบเซลฟี่ด้วยลักษณะของรูปเซลฟี่ที่มักจะต้องออกมาสวยงามและดูดีกว่าตัวจริงก็อาจทำให้คนที่ชอบเซลฟี่หลงใหลและมั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเองจากรูปเซลฟี่มากจนเกินไปอีกอย่างโดยปกตินักเซลฟี่มือโปรจะต้องทำหน้าตาท่าทางเพื่อสร้างเสน่ห์และดึงดูดความสนใจอีกทั้งยังต้องตกแต่งรูปที่ถ่ายให้ออกมาให้ดูดีที่สุดเพื่อเป็นการสร้างกระแสตอบรับให้คนมาชื่นชอบการเซลฟี่จึงสะท้อนถึงความมั่นใจว่าสามารถทำให้คนอื่นประทับใจและเข้ามาติดตามรูปของตนอย่างต่อเนื่องและด้วยเหตุผลนี้เองก็ไม่น่าแปลกใจหากคนที่ชอบเซลฟี่มากๆ
จะรู้สึกหลงตัวเองและเชื่อมั่นว่าตนเป็นคนสำคัญที่ผู้คนทั่วไปจะต้องมาให้ความสนใจ
ประการต่อมา
คนที่ชอบเซลฟี่มากๆ ยังมีแนวโน้มถึงพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการคิดถึงแต่ตัวเองมากจนเกินไปเนื่องจากการเซลฟี่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของตัวเองให้ออกมาดูดีผ่านทางรูปที่ตนถ่ายคนที่ชอบเซลฟี่จึงจะต้องคอยหามุมหรือตำแหน่งที่ดีที่สุดของตัวเองในการถ่ายรูปซึ่งบางครั้งคนเหล่านี้อาจไม่คำนึงถึงความเหมาะสมและไม่สนใจคนรอบข้างเท่าไหร่ว่าจะรู้สึกรำคาญหรือได้รับผลกระทบจากการที่มัวแต่ตั้งอกตั้งใจจะถ่ายแต่รูปตัวเองให้ออกมาดูดี
และประการสุดท้ายซึ่งดูจะน่าเป็นห่วงก็คือ
คนที่หลงใหลกับการเซลฟี่มากๆ โดยปกติแล้วมักจะเป็นคนขี้เหงาแม้ว่าบางคนอาจเซลฟี่เพื่อเป็นกิจกรรมคลายเหงาแต่การชอบเซลฟี่มากเกินไปกลับทำให้รู้สึกเหงามากขึ้นได้เหตุผลที่ก่อให้เกิดความรู้สึกนี้ก็เนื่องมาจากว่าคนที่ชอบเซลฟี่จนติดเป็นนิสัยมักจะใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับการถ่ายรูปและแต่งรูปตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบางครั้งอาจทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างในโลกความเป็นจริง
ในภาพรวมเมื่อพิจารณาถึงทัศนคติด้านลบเหล่านี้ซึ่งสัมพันธ์กับการชอบเซลฟี่ก็อาจจะสรุปได้ว่าแม้การเซลฟี่จะเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เราได้แสดงออกและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตัวเองให้แก่ให้สังคมได้รับรู้แต่เราก็ควรคำนึงถึงข้อเสียที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเราและคนรอบข้างด้วยเช่นกันหากเราให้ความสำคัญกับการเซลฟี่มากจนเกินไปเพราะในท้ายที่สุดแล้วความสวยงามที่ปรากฏอยู่ในรูปเซลฟี่ที่เราพยายามแต่งแต้มมันออกมาก็เป็นแค่เพียงภาพมายาที่อาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราดังนั้นการเซลฟี่ที่อยู่ในขอบเขตและในปริมาณที่พอดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้พฤติกรรมการเซลฟี่นั้นสะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของเราออกมาในท้ายที่สุด
Charoensukmongkol,
P. (2016). Exploring Personal Characteristics Associated
with Selfie Liking, Cyberpsychology:
Journal of Psychosocial Research on Cyberspace, 10(2),
article 7. doi: 10.5817/CP2016-2-7
