ปัจจุบันทุกองค์กรกำลังประสบทั้งปัญหาและความท้าทายกับคน
Gen Y (ซึ่งมีอายุ 16-36 ปีในปัจจุบัน)
ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก (ร้อยละ 32 ของประชากรโลก
และร้อยละ 28 ของประชากรไทย) ถึงแม้ว่าคน Gen Y จะมีความเก่ง ใช้เทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว ชอบความท้าทาย
แต่ปัญหาที่องค์กรจำนวนมากกำลังประสบก็จะเป็นเรื่อง ความไม่อดทน ไม่ทนงาน
ลาออกบ่อย
และอยากประสบความสำเร็จเร็วจนลืมเลือนปัจจัยด้านความขยันหมั่นเพียรในการทำงาน
(และการเรียน)
คนกลุ่ม
Generation นี้ ร้อยละ 70 ให้ความสำคัญกับ
work-life balance ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน (ร้อยละ 60)
ต้องการได้รับการยอมรับในการทำงานจากเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านาย
(ร้อยละ 41) แบบประเภทปิดทองหลังพระนั้นหาได้ยาก
นอกจากนี้ยังหาแสวงหาโอกาสในการหาความท้าทายการงานใหม่ๆ อยู่บ่อยครั้ง
(จากการสำรวจของ PWC) จึงไม่แปลกใจว่าเพราะเหตุใดการเป็นเจ้าของกิจการ
(หรือการเป็นเถ้าแก่) จึงเป็นอาชีพในฝันของกลุ่มคน Generation นี้
ในด้านการบริโภค
คน Gen Y เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมากกว่ากลุ่มอื่นๆ
และเป็นผู้บริโภคนิยมมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญมากกับการบริโภค
แต่เป็นคุณภาพ ภาพลักษณ์ และดีไซด์ที่โดดเด่น อันส่งผลทำให้ ในด้านการเงิน
คนกลุ่มนี้ถึงร้อยละ 50 ไม่มีเงินออม ร้อยละ 48 ผ่อนชำระหนี้ไม่ตรงเวลา และร้อยละ 45 มีรายจ่ายมากกว่ารายได้
(จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)
เพราะเหตุใดคน
Gen Y ถึงมีพฤติกรรมดังเช่นข้างต้น
- พ่อแม่ของกลุ่มคน Gen Y ก็คือกลุ่ม Baby Boom (อายุ 51-70 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่ทำงานหนักในช่วงเศรษฐกิจขยายตัว คนกลุ่มนี้จึงต้องทำงานหนัก เลือกที่จะมีลูกน้อย (ซึ่งก็คือกลุ่มคน Gen Y) และมักชอบในการเก็บหอมรอมริบ จึงทำให้คน Gen Y มีพี่น้องน้อย ได้รับการดูแลอย่างดีมากจากพ่อแม่ ได้รับโอกาสทางการศึกษาสูง ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงได้รับการช่วยเหลือจากพ่อแม่กลุ่ม Baby Boom อยู่ตลอด และเห็นว่าพ่อแม่มีความมั่งคั่งให้ตนอยู่แล้ว (จากการที่พ่อแม่กลุ่ม Baby Boom ชอบเก็บหอมรอมริบนั่นเอง) ดังนั้นทัศนคติที่รักสบาย ใช้จ่ายค่อนข้างฟุ่มเฟือยของคนกลุ่มนี้จึงมาจากการเลี้ยงดูที่ดีเกินไปจากพ่อแม่ของเขานั่นเอง
- คน Gen Y เกิดมาในยุคที่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตถูกใช้อย่างแพร่หลาย ทำให้การใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันในการติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องปกติ การพึ่งพาแต่เทคโนโลยีนี้ส่งผลทำให้คนกลุ่มนี้มีความอดทนในการรอคอยลดลง อันส่งผลต่อการมีความอดทนที่ลดลง (เมื่อเปรียบเทียบกับคนรุ่นก่อนๆ) อันส่งผลต่อการมีทัศนคติที่อยากทำงานสบายแต่ต้องอยากประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วของคนกลุ่มนี้ ความสำเร็จของรายการ Reality show เช่นพวก The Star หรือ The Voice เป็นหลักฐานหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากคนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก
- คน Gen Y ได้รับโอกาสที่เปิดกว้างทางด้านการศึกษาที้สูงกว่าคนรุ่นก่อนมาก ทำให้คนกลุ่มนี้ใช้เวลามากไปกับการศึกษา และส่งผลต่อการเลื่อนการสร้างครอบครัวและมีลูก การปรับเปลี่ยนช่วงชีวิตที่ไปให้กับการศึกษานี้ส่งผลต่อการตัดสินใจและความต้องการต่างๆ ของคน Gen Y เช่น การซื้อสินค้าและบริการที่โดยมากจะเป็นกลุ่มคนโสด การท่องเที่ยว หรือการเลือกงานที่ไม่หนักมาก และเป็นงานที่ต้องมี Work Life Balance ที่ดี
ดังนั้นธุรกิจที่จะตอบสนองต่อไลฟ์สไตร์ของคน
Gen Y ได้จะต้องเป็นธุรกิจที่ทำให้คนกลุ่มนี้ได้แสดงตัวตน
และมีลักษณะที่ตรงกับชีวิตของคน Gen Y นั่นก็คือ
ต้องมีความรวดเร็ว สะดวก มีภาพลักษณ์ที่แปลกใหม่
อาทิร้านกาแฟที่ตกแต่งดีแต่ราคาสูงจะขายได้กับคนกลุ่มนี้ หรือธุรกิจประเภท Tech
Start-Up ก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ใช้ได้ดีกับคนกลุ่มนี้เช่นกัน
ทั้งนี้องค์กรจำเป็นต้องปรับรูปแบบและวิธีการจ้างงานคน
Gen Y เสียใหม่
โดยปรับเปลี่ยนการทำงานให้มีความยืดหยุ่นขึ้นสำหรับคนเจนนี้
โดยให้โจทย์ของการทำงานที่ท้าทาย และให้การยอมรับและชื่นชมอยู่เสมอ ทั้งนี้นโยบายจากบนลงล่าง
หรือ Top-down
approach อาจจะเป็นรูปแบบการทำงานที่ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
เพราะคนทำงานรุ่นใหม่ที่เข้ามาในตลาดแรงงานมีการศึกษามากขึ้นกว่าเดิมและคนรุ่นนี้กล้าที่จะตั้งคำถามกับ
ดังนั้นกลยุทธ์ที่สำคัญในปัจจุบันขององค์กรก็คือจะสามารถรักษาคน
Gen Y ที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กรให้ได้นานๆ
ได้อย่างไร
ในด้านคน
Gen Y เอง
ถ้าอยากประสบความสำเร็จจะต้องมีอะไรที่แตกต่างจากคนในรุ่นเดียวกัน
ลองนึกกลับไปสมัยเจนเบบี้บูมที่เป็นยุคของคนขยันทำงาน
แต่เนื่องจากระบบการศึกษายังไม่เปิดกว้างจึงทำให้คนขยันในยุคนั้นไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ทุกคน
ลองย้อนดูไปว่าถ้ามีคนในยุคเบบี้บูมคนไหนที่มีโอกาสได้ศึกษาดี
(เช่นได้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศและสามารถพูดภาษาอังกฤษได้) คนๆ
นั้นจะประสบความสำเร็จกว่าคนอื่นในรุ่นเดียวกันที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษาเท่า
ในขณะที่การศึกษากลับเป็นเรื่องที่คน Gen Y ในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย
การจะมีวุฒิปริญญาตรีหรือปริญญาโทจึงเป็นเรื่องปกติของคนในยุคนี้ แต่ถ้ามีคน Gen
Y สักคนที่ขยันกว่าคนอื่น มีความพยายามกว่าคนอื่นในรุ่นเดียวกัน
สามารถหางานตามความรักและความถนัดของตนเองได้ คน Gen Y คนนั้นคงจะประสบความสำเร็จได้โดยไม่ยาก......
แด่คน Gen Y
