โลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการก้าวสู่การปฏิวัติครั้งใหม่ที่เราเรียกว่า
อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ซึ่งเป็นโลกที่การใช้อินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
(Internet of Things : IoT) ซึ่งเป็นเรืองของการให้ความสำคัญกับการสร้างระบบอัจฉริยะที่รวมส่วนต่าง
ๆ เข้าด้วยกันเพื่อการจัดการกระบวนการผลิตทั้งหมด จุดเด่นของอุตสาหกรรม 4.0
คือการที่เครื่องจักรหรือระบบอัตโนมัติสามารถเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเครือข่ายผ่านอินเทอร์เน็ต
จึงสามารถแบ่งปันข้อมูลข่าวสารถึงกันหมด
รวมทั้งสามารถใช้ทรัพยากรบางส่วนร่วมกันได้ ซึ่งทำให้การผลิตและการใช้ชีวิตมีความเป็น
"อัจฉริยะ (Smart)" มากขึ้น
ทั้งนี้ ในฐานะของคนที่ทำงานด้านการศึกษาในสาขาของเศรษฐศาสตร์
ตัวผมมองว่า การเรียนการสอนในสาขาเศรษฐศาสตร์เองก็ย่อมจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน
จากเศรษฐศาสตร์แบบดั้งเดิม (Traditional
Economics) ให้เป็น "เศรษฐศาสตร์ 4.0 (Economics 4.0)" โดยสิ่งที่การเรียนการสอนในสาขาทางเศรษฐศาสตร์จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันโลก
4.0 นั้นได้แก่
1. ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
(Big Data Management) - ถึงแม้ว่าบัณฑิตที่จบในสาขาเศรษฐศาสตร์จะมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เหนือกว่าศาสตร์อื่นๆ
อยู่แล้วก็ตาม แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่มีที่มีโครงสร้างที่แน่นอนแล้ว (Structured
Data) เช่นข้อมูลประเภทสำรวจที่มีการจัดเก็บตามหน่วยงานภาครัฐ
ซึ่งง่ายต่อการวิเคราะห์ ในขณะที่โลกของ IoT จะประกอบไปด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่ชัด
(Unstructured Data) จำนวนมาก (Volume) นอกจากนี้ข้อมูลยังมีความหลากหลาย
(Variety) และเป็นลักษณะของ Real Time (Velocity) ดังนั้นเศรษฐศาสตร์ 4.0
จึงจำเป็นต้องสามารถผลิตบุคคลากรที่สามารถกลั่นกลองความเท็จจริงของข้อมูล
จัดการข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และประยุกต์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) นี้ให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่จะใช้ประโยชน์กับข้อมูลดังกล่าว
เช่นในปัจจุบันข้อมูล Big Data นี้สามารถนำมาใช้ในการวาดแผนการผลิต
การจัดการต้นทุน การทำงานตลาด
รวมไปถึงการที่ภาครัฐสามารถนำมาใช้ในการส่งมอบบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2. ความสามารถในการบูรณาการแต่ละสาขาของเศรษฐศาสตร์และนอกเศรษฐศาสตร์เข้าด้วยกัน
(Interdisciplinary Economics) - เนื่องจากการพัฒนาประเทศจะไม่มีสาขาใดสาขาหนึ่งที่สามารถทำได้
แต่ต้องการคนที่เข้าใจในแต่ละสาขาเป็นอย่างดี
และสามารถเชื่อมองค์ความรู้จากสาขาหนึ่งไปยังอีกสาขาหนึ่งได้
ดังนั้นนักเศรษฐศาสตร์ 4.0คือนักเศรษฐศาสตร์ที่จะเป็น Generalist มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีสาขาวิชาเฉพาะ (Major) ในการเรียนเศรษฐศาสตร์
นักเศรษฐศาสตร์แบบ Generalist ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักเศรษฐศาสตร์มหภาคบอกว่า
การคอรัปชั่นเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว
เศรษฐศาสตร์ในสาขาเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมจะสามารถบอกได้ว่า
"เพราะเหตุใดคนถึงคิดที่จะโกง"
และยังต้องเข้าใจในบริบทของทางด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ประกอบประเด็นการคอรัปชั่นดังกล่าว
ซึ่งการเรียนการสอนควรเน้นให้นักศึกษาสามารถสร้างการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในแต่ละสาขาของเศรษฐศาสตร์และนอกสาขาเศรษฐศาสตร์ได้
3. ความสามารถในการประยุกต์และยืดหยุ่น (Apply
and Flexibility) - เนื่องจากเศรษฐศาสตร์แบบเดิมจะอยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์ภายใต้ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เป็นหลัก
อันส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์มักจะขึ้นชื่อว่าเป็นนักทฤษฎีที่มีกรอบแนวคิดที่ชัดเจนและเป็นคนมีเหตุมีผล
แต่ทว่า การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมมนุษย์ที่กระทำภายใต้ IoT อาจทำให้ทฤษฎีหรือกรอบแนวคิดดังกล่าวเกิดความล้าสมัยและอธิบายไม่ได้ในความเป็นจริง
ดังนั้นเศรษฐศาสตร์ 4.0 ควรสอนให้บัณฑิตมีความยืดหยุ่นทางความคิด รู้จักคิดนอกกรอบเดิมๆ
เนื่องจากโลก 4.0 เป็นโลกที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ สิ่งที่ทฤษฎีสอนมาเมื่อกว่า 200
ปีก่อนย่อมไม่สามารถอธิบายได้กับโลกปัจจุบัน นอกจากนี้
ความสามารถในการประยุกต์และยืดหยุ่นยังเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
4. การมีจิตใจของการพัฒนาและรับผิดชอบต่อสังคม
(Development Mindset) - เนื่องจากโลก 4.0
จะเป็นโลกของการแข่งขัน โลกของการแย่งชิงทรัพยากร
ซึ่งอาจทำให้ประชากรส่วนใหญ่เกิดการเบียดเบียนและเห็นแก่ตัวได้ ดังนั้นเศรษฐศาสตร์
4.0 จึงไม่ได้เน้นแต่การสร้างคนที่ออกมากับเศรษฐกิจที่แข่งขัน แต่ต้องสร้างคนที่ในเศรษฐกิจที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Collaborative Economy) และเป็นระบบเศรษฐกิจที่ใส่ใจกัน
(Caring Economy) ดังนั้นการเรียนการสอนสำหรับเศรษฐศาสตร์
4.0 ควรชี้ประเด็นในเรื่องของผู้ที่ได้และผู้ที่เสีย (Gainer and Loser) ความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียม (Inequality) รวมไปถึงผลกระทบภายนอก
(Externality) ซึงในด้านการพัฒนานั้น
ควรมองในมิติของผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มากกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ
5. ความสามารถสำหรับการบริหารจัดการชีวิตที่ที่ยืนยาว
(Longevity) - เนื่องจากโลก 4.0
จะเป็นโลกที่จะเกิดความเสี่ยง (Risks) ในหลายๆ ด้าน
ทั้งความเสี่ยงจากภายนอกประเทศและความเสี่ยงภายในประเทศ
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีที่อาจทำให้งานบางอย่างอาจหายไป
ความเสี่ยงจากเชื้อโรคใหม่ๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือความเสี่ยงต่อสิ่งยั่วยุและจากกิเลศต่างๆ
ที่เกิดขึ้นจากโลกออนไลน์ ดังนั้นนอกจากความเข้าอกเข้าใจในองค์ความรู้ใน 4
ข้อแรกแล้ว เศรษฐศาสตร์ 4.0 จึงต้องสอนให้คนได้ "รู้จักการบริหารชีวิตในมิติของคนที่จะมีอายุยืนยาวขึ้น"
ดังนั้นการเรียนการสอนควรให้แน่ใจว่า บัณฑิตจะสามารถกำหนดวิธีการบริหารเงินและบริหารความเสี่ยงอย่างไร
ควรจะออมและลงทุนอย่างไร และควรที่จะสอดแทรกในเรื่องของความสำคัญของ
"ความพอเพียง" เพื่อที่จะสามารถดำรงชีวิตกับโลกที่จะมีความเสี่ยงนี้ได้อย่างมีความสุข
ดังนั้น
การเรียนการสอนในสาขาเศรษฐศาสตร์จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่เฉพาะสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ที่ให้ความสำคัญกับคำว่า Smart และ Internet of Things เท่านั้น แต่ยังสามารถเตรียมพร้อมก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุค
"อุตสาหกรรม 5.0" ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่จะกลับมามองที่ "คน"
มากกว่าการผลิต โดยจะให้ความสำคัญที่มาตรฐานการใช้ชีวิต (Valuate Life
Standard) และจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์
