25 กันยายน 2560

เศรษฐศาสตร์ - 4.0

โลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการก้าวสู่การปฏิวัติครั้งใหม่ที่เราเรียกว่า อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ซึ่งเป็นโลกที่การใช้อินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง  (Internet of Things : IoT)  ซึ่งเป็นเรืองของการให้ความสำคัญกับการสร้างระบบอัจฉริยะที่รวมส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อการจัดการกระบวนการผลิตทั้งหมด จุดเด่นของอุตสาหกรรม 4.0 คือการที่เครื่องจักรหรือระบบอัตโนมัติสามารถเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเครือข่ายผ่านอินเทอร์เน็ต จึงสามารถแบ่งปันข้อมูลข่าวสารถึงกันหมด รวมทั้งสามารถใช้ทรัพยากรบางส่วนร่วมกันได้  ซึ่งทำให้การผลิตและการใช้ชีวิตมีความเป็น "อัจฉริยะ (Smart)" มากขึ้น



ทั้งนี้  ในฐานะของคนที่ทำงานด้านการศึกษาในสาขาของเศรษฐศาสตร์ ตัวผมมองว่า การเรียนการสอนในสาขาเศรษฐศาสตร์เองก็ย่อมจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน จากเศรษฐศาสตร์แบบดั้งเดิม (Traditional Economics) ให้เป็น "เศรษฐศาสตร์ 4.0 (Economics 4.0)"  โดยสิ่งที่การเรียนการสอนในสาขาทางเศรษฐศาสตร์จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันโลก 4.0 นั้นได้แก่
1.    ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Management) - ถึงแม้ว่าบัณฑิตที่จบในสาขาเศรษฐศาสตร์จะมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เหนือกว่าศาสตร์อื่นๆ อยู่แล้วก็ตาม แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่มีที่มีโครงสร้างที่แน่นอนแล้ว (Structured Data)  เช่นข้อมูลประเภทสำรวจที่มีการจัดเก็บตามหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งง่ายต่อการวิเคราะห์ ในขณะที่โลกของ IoT จะประกอบไปด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่ชัด (Unstructured Data)   จำนวนมาก (Volume) นอกจากนี้ข้อมูลยังมีความหลากหลาย (Variety) และเป็นลักษณะของ Real Time (Velocity) ดังนั้นเศรษฐศาสตร์ 4.0 จึงจำเป็นต้องสามารถผลิตบุคคลากรที่สามารถกลั่นกลองความเท็จจริงของข้อมูล จัดการข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และประยุกต์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) นี้ให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่จะใช้ประโยชน์กับข้อมูลดังกล่าว เช่นในปัจจุบันข้อมูล Big Data นี้สามารถนำมาใช้ในการวาดแผนการผลิต การจัดการต้นทุน การทำงานตลาด รวมไปถึงการที่ภาครัฐสามารถนำมาใช้ในการส่งมอบบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

2.  ความสามารถในการบูรณาการแต่ละสาขาของเศรษฐศาสตร์และนอกเศรษฐศาสตร์เข้าด้วยกัน (Interdisciplinary Economics) - เนื่องจากการพัฒนาประเทศจะไม่มีสาขาใดสาขาหนึ่งที่สามารถทำได้ แต่ต้องการคนที่เข้าใจในแต่ละสาขาเป็นอย่างดี และสามารถเชื่อมองค์ความรู้จากสาขาหนึ่งไปยังอีกสาขาหนึ่งได้ ดังนั้นนักเศรษฐศาสตร์ 4.0คือนักเศรษฐศาสตร์ที่จะเป็น Generalist มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีสาขาวิชาเฉพาะ (Major) ในการเรียนเศรษฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์แบบ Generalist  ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักเศรษฐศาสตร์มหภาคบอกว่า การคอรัปชั่นเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว เศรษฐศาสตร์ในสาขาเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมจะสามารถบอกได้ว่า "เพราะเหตุใดคนถึงคิดที่จะโกง" และยังต้องเข้าใจในบริบทของทางด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ประกอบประเด็นการคอรัปชั่นดังกล่าว ซึ่งการเรียนการสอนควรเน้นให้นักศึกษาสามารถสร้างการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในแต่ละสาขาของเศรษฐศาสตร์และนอกสาขาเศรษฐศาสตร์ได้

3.  ความสามารถในการประยุกต์และยืดหยุ่น (Apply and Flexibility) - เนื่องจากเศรษฐศาสตร์แบบเดิมจะอยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์ภายใต้ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เป็นหลัก อันส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์มักจะขึ้นชื่อว่าเป็นนักทฤษฎีที่มีกรอบแนวคิดที่ชัดเจนและเป็นคนมีเหตุมีผล แต่ทว่า การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมมนุษย์ที่กระทำภายใต้ IoT อาจทำให้ทฤษฎีหรือกรอบแนวคิดดังกล่าวเกิดความล้าสมัยและอธิบายไม่ได้ในความเป็นจริง ดังนั้นเศรษฐศาสตร์ 4.0 ควรสอนให้บัณฑิตมีความยืดหยุ่นทางความคิด รู้จักคิดนอกกรอบเดิมๆ เนื่องจากโลก 4.0 เป็นโลกที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ สิ่งที่ทฤษฎีสอนมาเมื่อกว่า 200 ปีก่อนย่อมไม่สามารถอธิบายได้กับโลกปัจจุบัน นอกจากนี้ ความสามารถในการประยุกต์และยืดหยุ่นยังเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

4.    การมีจิตใจของการพัฒนาและรับผิดชอบต่อสังคม (Development Mindset) - เนื่องจากโลก 4.0 จะเป็นโลกของการแข่งขัน โลกของการแย่งชิงทรัพยากร ซึ่งอาจทำให้ประชากรส่วนใหญ่เกิดการเบียดเบียนและเห็นแก่ตัวได้ ดังนั้นเศรษฐศาสตร์ 4.0 จึงไม่ได้เน้นแต่การสร้างคนที่ออกมากับเศรษฐกิจที่แข่งขัน แต่ต้องสร้างคนที่ในเศรษฐกิจที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Collaborative Economy) และเป็นระบบเศรษฐกิจที่ใส่ใจกัน (Caring Economy) ดังนั้นการเรียนการสอนสำหรับเศรษฐศาสตร์ 4.0 ควรชี้ประเด็นในเรื่องของผู้ที่ได้และผู้ที่เสีย (Gainer and Loser) ความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียม (Inequality) รวมไปถึงผลกระทบภายนอก (Externality) ซึงในด้านการพัฒนานั้น ควรมองในมิติของผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มากกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ

5.  ความสามารถสำหรับการบริหารจัดการชีวิตที่ที่ยืนยาว (Longevity) - เนื่องจากโลก 4.0 จะเป็นโลกที่จะเกิดความเสี่ยง (Risks) ในหลายๆ ด้าน ทั้งความเสี่ยงจากภายนอกประเทศและความเสี่ยงภายในประเทศ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีที่อาจทำให้งานบางอย่างอาจหายไป ความเสี่ยงจากเชื้อโรคใหม่ๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือความเสี่ยงต่อสิ่งยั่วยุและจากกิเลศต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากโลกออนไลน์ ดังนั้นนอกจากความเข้าอกเข้าใจในองค์ความรู้ใน 4 ข้อแรกแล้ว เศรษฐศาสตร์ 4.0 จึงต้องสอนให้คนได้ "รู้จักการบริหารชีวิตในมิติของคนที่จะมีอายุยืนยาวขึ้น" ดังนั้นการเรียนการสอนควรให้แน่ใจว่า บัณฑิตจะสามารถกำหนดวิธีการบริหารเงินและบริหารความเสี่ยงอย่างไร ควรจะออมและลงทุนอย่างไร และควรที่จะสอดแทรกในเรื่องของความสำคัญของ "ความพอเพียง" เพื่อที่จะสามารถดำรงชีวิตกับโลกที่จะมีความเสี่ยงนี้ได้อย่างมีความสุข

ดังนั้น การเรียนการสอนในสาขาเศรษฐศาสตร์จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เฉพาะสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 ที่ให้ความสำคัญกับคำว่า Smart และ Internet of Things เท่านั้น แต่ยังสามารถเตรียมพร้อมก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุค "อุตสาหกรรม 5.0" ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่จะกลับมามองที่ "คน" มากกว่าการผลิต โดยจะให้ความสำคัญที่มาตรฐานการใช้ชีวิต (Valuate Life Standard) และจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์